+ + + + + ยินดีต้อนรับสู่ www.semsikkha.org + + + + + + + + + + ยินดีต้อนรับสู่ www.semsikkha.org + + + + +
ปฏิทินกิจกรรม
August 2008 September 2008
สัปดาห์ที่ 31 1 2
สัปดาห์ที่ 32 3 4 5 6 7 8 9
สัปดาห์ที่ 33 10 11 12 13 14 15 16
สัปดาห์ที่ 34 17 18 19 20 21 22 23
สัปดาห์ที่ 35 24 25 26 27 28 29 30
สัปดาห์ที่ 36 31
Login Form
ชื่อผู้ใช้

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อกอิน
ลืมรหัสผ่าน?
ยังไม่ได้ลงทะเบียน? ลงทะเบียนใหม่
เครือข่ายของเรา
Baandin.org
Sulak-sivaraksa.org
suan-spirit.com
siambaandin
semsikkhalai
สำนักพิมพ์เสมสิกขาลัย
สถาบันต้นกล้า
เสขิยธรรม
มันตรานิวาส
ป๋วยเสวนาคาร
ตัวกูของกู มิวสิค
wechange555.com
INEB
เคล็ดไทย

สนใจแลกลิงค์




หนังสือแนะนำ: ผู้นำกับวิทยาศาสตร์ใหม่
Title: ผู้นำกับวิทยาศาสตร์ใหม่
Authors: มาร์กาเร็ต เจ. วีตเลย์ เขียน / เพชรรัตน์ พงษ์เจริญสุข รัชดา อิสระเสนารักษ์ และวิชิต เปานิล แปล
ISBN: 16
Manufacturer:
Language: NOTHING
Price: 234
Rating:  
Picture:  
Comment:
ผู้นำกับวิทยาศาสตร์ใหม่
(Leadership and the New Science)

มาร์กาเร็ต เจ. วีตเลย์ เขียน / เพชรรัตน์ พงษ์เจริญสุข รัชดา อิสระเสนารักษ์ และวิชิต เปานิล แปล

พิมพ์ครั้งที่ ๑ ขนาด ๑๖ หน้ายกพิเศษ ๓๖๔ หน้า
ราคาพิเศษ : ๒๓๔ บาท ราคาปกติ : ๒๖๐ บาท

มาร์กาเร็ต เจ. วีตเลย์ เชื่อว่าเราจะก้าวให้พ้นจากกระบวนการเปลี่ยนแปลงที่ไม่มีประสิทธิผล ซึ่งคอยขัดขวางเราตลอดมาก็คือการกลับมามองชีวิต เมื่อเราเข้าใจว่าชีวิตเปลี่ยนแปลงอย่างไร เราจะเริงระบำได้อย่างงดงามยิ่งขึ้นในจักรวาลที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนผันนีh

ผู้นำกับวิทยาศาสตร์ใหม่ ไม่ได้นำเสนอแค่แนวคิดใหม่ๆ แต่ต้องการเปลี่ยนทัศนะที่มีต่อโลก และทุกคนจะต้องร่วมงานกันด้วยวิธีการที่แตกต่างไปจากแบบเดิมๆ คือจะต้องมีขันติธรรม ความกรุณา และความกล้าหาญยิ่งขึ้นกว่านี้

แนวคิดของผู้เขียนท้าทายให้เรากลับมาทบทวนทัศนะพื้นฐานที่มีต่อโลก และวิทยาศาสตร์ซึ่งประกอบด้วยทฤษฎีและการค้นพบทางชีววิทยา เคมี และฟิสิกส์ จากที่ทำงานเกี่ยวข้องกับทฤษฎีและการปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดองค์กร เมื่อมาร์กาเร็ต เจ. วีตเลย์ หันมาสนใจเรื่องวิทยาศาสตร์ใหม่แล้วสำรวจลึกลงไปก็ค้นพบว่า พื้นที่ใหม่นี้ประกอบด้วยสารพัดภาพลักษณ์ อุปมาอุปไมย และแนวคิดที่ทรงพลัง ชี้ชวนให้เปิดใจกับวิถีใหม่ๆ แห่งการมองอันลุ่มลึก วิทยาศาสตร์ใหม่โน้มนำให้มาร์กาเร็ตเชื่อว่ามีหนทางใหม่ๆ ในการทำความเข้าใจประเด็นที่มักก่อให้เกิดปัญหาในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นความโกลาหลไม่แน่นอน การควบคุมกำกับ เสรีภาพ การสื่อสาร การมีส่วนร่วม การวางแผนและการทำนายผลต่างๆ

โลกแห่งควอนตัมฟิสิกส์สอนว่าไม่มีเป้าหมายปลายทางที่ถูกกำหนดอย่างแน่นนอนตายตัวมาก่อน มีแต่ศักยภาพที่อาจจะก่อให้เป็นความคิดจริงๆ จังๆ ขึ้นมา ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นคนเข้าไปค้นพบ และเขาผู้นั้นสนใจที่จะค้นพบอะไร ด้วยความกล้าที่จะเข้าไปในความไม่รู้เท่านั้นที่ความคิดใหม่ๆ อาจจะก่อรูปร่างขึ้นมา และสิ่งที่ก่อรูปขึ้นมานั้นก็จะแตกต่างกันไปตามผู้สำรวจแต่ละราย

หนังสือเล่มนี้เน้นเฉพาะงานค้นพบทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการองค์กร จึงชี้ให้เห็นจุดน่าสนใจที่วิทยาศาสตร์ สามารถเกิดประโยชน์ต่อทฤษฎีและการปฏิบัติเกี่ยวกับการบริหารจัดการองค์กร ซึ่งเป็นด้านที่มาร์กาเร็ตคิดว่าสมควรและหวังว่าจะได้รับการสำรวจค้นคว้ากันอย่างจริงจังโดยผู้อ่าน

ด้วยเหตุนี้เราจะพบแผนที่หลากหลายรูปแบบในหนังสือเล่มนี้ ส่วนหนึ่งให้รายละเอียดการค้นพบใหม่ๆ ของวิทยาศาสตร์ใหม่มากพอที่จะช่วยให้เข้าใจสภาพและขอบเขตของมัน ส่วนที่เหลือจะชี้ให้เห็นขอบเขตด้านอื่นโดยที่ยังไม่รู้ว่าจะพบอะไรที่นั่น อีกส่วนหนึ่งที่ค่อนข้างลงในรายละเอียดคือการเชื่อมโยงให้เห็นอย่างชัดเจน ระหว่างวิทยาศาสตร์กับการบริหารจัดการองค์กร ส่วนสุดท้ายเป็นบันทึกส่วนตัวของการเดินทาง ซึ่งผู้เขียนจะเล่าถึงความรู้สึกและประสบการณ์ที่ได้รับ

วิทยาศาสตร์ใหม่ในหนังสือเล่มนี้ได้รับการนำเสนอโดยละเอียด ๓ สาขา คือ ควอนตัมฟิสิกส์ ระบบแห่งองค์กรจัดการตัวเอง และทฤษฎีความไร้ระเบียบ

บทนำและบทที่ ๑ เป็นการแนะนำทั้ง ๓ ประเด็นของวิทยาศาสตร์ดังที่กล่าวมา ช่วยให้เข้าใจวิถีทางที่โลกทำงาน และช่วยให้คำอธิบายเบื้องต้นซึ่งเป็นที่มาแห่งการจัดระเบียบของจักรวาล และเชื่อมโยงไปถึงความกลัวและสถานการณ์ที่ขัดขวางเราไม่ให้ชื่นชม หรือเข้าใจวิธีการจัดระบบระเบียบที่ถูกสร้างขึ้นในระบบที่มีชีวิต (living system)

บทที่ ๒ ๓ และ ๔ นำเสนอนัยของควอนตัมฟิสิกส์ต่อการบริหารจัดการองค์กร ซึ่งปัจจุบันยังคงใช้มุมมองเก่าที่มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ ๑๗ อิงอยู่กับฟิสิกส์ของนิวตัน ควอนตัมฟิสิกส์ได้ท้าทายความคิดของเราในเรื่องการสังเกตการณ์กับการรับรู้-เรียนรู้ การเข้าไปมีส่วนร่วมกับความสัมพันธ์ และเรื่องของอิทธิพลกับความเชื่อมโยงที่ดำรงอยู่ภายในระบบต่างๆ ที่ซับซ้อนและใหญ่โต

บทที่ ๕ และ ๖ ให้ความสนใจกับระบบที่มีชีวิตและแนวคิดใหม่ๆ ที่เกิดจากความรู้ทางชีววิทยาและเคมี ทั้งสองบทนี้เสนอวิธีใหม่ในการทำความเข้าใจภาวะไม่สมดุลและการเปลี่ยนแปลง พร้อมทั้งการใช้ความไม่เป็นระเบียบสร้างสรรค์ให้เกิดความเป็นไปได้ใหม่ๆ เพื่อการเติบโต ข้อมูลที่อยู่ในจักรวาลที่มีการจัดองค์กรตนเอง เป็นแหล่งพลังพื้นฐานที่จำเป็นต่อการนำสสารให้ก่อเกิดเป็นรูปร่างขึ้น เรากำลังต้องการการตีความใหม่เกี่ยวกับการให้กำเนิดชีวิตใหม่ ระบบการจัดองค์กรตนเองแสดงให้เห็นถึงความสามารถของทุกชีวิตที่จะจัดการตัวเอง เพื่อสร้างสรรค์ระบบแห่งความสัมพันธ์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของตนเอง ระบบที่มีชีวิตเหล่านี้ ยังแสดงให้เห็นความความแตกต่างในความสัมพันธ์ที่แตกต่างระหว่างความมีอิสระในตัวเอง กับการถูกควบคุม แสดงให้เห็นว่าระบบที่ใหญ่โตสามารถรักษาสภาพของตัวเองไว้ได้ ด้วยเหตุผลเดียวที่ว่าระบบนั้น ได้เกื้อกูลแก่อิสรภาพของแต่ละหน่วยย่อยเป็นอันมาก

บทที่ ๗ เป็นเรื่องทฤษฎีความไร้ระเบียบ (Chaos theory) ความไร้ระเบียบเป็นกระบวนการสำคัญที่ทำให้เกิดการจัดระบบระเบียบใหม่ โลกที่มีความไร้ระเบียบกับมีระเบียบดำรงอยู่เป็นคู่กัน เป็นที่ที่ไม่มีหลักประกันความมั่นคง หรือแม้แต่ไม่ได้ปรารถนาในความมั่นคง และมีการนำเสนอบทเรียนหลายด้านที่ผู้เขียนได้เรียนรู้จากความสัมพันธ์ของสองพลังที่ยิ่งใหญ่นี้ รวมทั้งบทบาทของความไร้ระเบียบในชีวิตและองค์กร

บทที่ ๘ ลงลึกในเรื่องความสามารถเกินธรรมดาของชีวิตที่จะเปลี่ยนแปลง ปรับตัว และเติบโตตามที่ต้องการ อธิบายถึงสิ่งที่ผู้เขียนเชื่อว่าเป็นกระบวนการที่อยู่เบื้องหลังซึ่งทำให้ระบบที่มีชีวิตมีความสามารถเช่นนี้ พวกเราใช้เวลาหลายทศวรรษที่จะเปลี่ยนแปลงองค์กร ชุมชน รวมทั้งประเทศชาติของเรา พวกเราต้องยืนหยัดอดทนและเอาตัวรอดท่ามกลางความพยายามที่มักจะล้มเหลวเป็นส่วนใหญ่ เราต้องพัฒนาแนวทางที่แตกต่างอย่างถอนรากเพื่อหาหนทางแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้ และชีวิตจะเป็นครูที่ดีที่สุดในเรื่องนี้

บทที่ ๙ เป็นการนำเอาหลักการจำนวนมากจากวิทยาศาสตร์ แล้วเน้นในหลายจุดที่จะมีประโยชน์ต่อศาสตร์ “ใหม่” ของความเป็นผู้นำ วิทยาศาสตร์ใหม่สามารถจุดประกายให้กับประเด็นสำคัญๆ เกี่ยวกับความเป็นผู้นำได้ดีกว่าวิทยาศาสตร์เก่าที่เราคุ้นเคย อย่างไรก็ตามการศึกษาข้อค้นพบนี้ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นต้องอาศัยเวลาอีกหลายปี และต้องการความสัมพันธ์แบบใหม่ระหว่างพวกเราทั้งหมด รวมทั้งการเปิดกว้างแบบใหม่ในการสืบค้นและใคร่ครวญ

บทส่งท้าย เป็นความเห็นจากสิ่งที่ผู้เขียนค้นพบในเรื่องธรรมชาติของการเดินทางและกระบวนการแห่งการค้นพบ

   
Reviews
 
Add new Review
Title
Comment Rating












 
 
ลงนามกำลังใจ
สมัครสมาชิกเว็บไซต์
ติดต่อเรา
เพื่อนบ้าน
กระดานสนทนา
ข่าวฝากประชาสัมพันธ์
Email 4 Staff
ภาพความหมาย
ran02.jpg
ปักหมุดประกาศ

Image ปาจารยสาร ฉบับ "มีอะไรก็กินไปเถอะ" || สมัครสมาชิก || บอร์ดชาวปาจารยสาร || 
ปีที่ 32 ฉบับที่ 5 พฤษภาคม-มิถุนายน 2551
วรรณกรรมไท้ยไทยที่สันติบาลไม่ควรพลาด (เก็บ)
รธน. อภิชน VS รธน.ประชาชน คนแบ่งข้าง รัฐธรรมนูญแบ่งขั้ว
Dead Man Walking ... โดย พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์
The Shock Doctrine ประวัติศาสตร์เปื้อนเลือดของอุดมการณ์เสรีนิยมใหม่ โดย สฤณี อาชวานันทกุล
กินเปลี่ยนโลก : คืนสู่วิถีอันหลากหลาย
ชวนฟัง 6 ทรรศนะ นักเคลื่อนไหวด้านอาหารและทรัพยากร

 อยากอ่านติดต่อไปที่ โทรศัพท์ 02- 8603527 หรืออีเมล์

Image สารเพื่อนเสม  ข่าวสารองค์กรเครือข่าย มูลนิธิเสฐียรโกเศศ - นาคะประทีป จดหมายข่าวราย 2 เดือน ปีที่ 4 ฉบับที่ 30 กรกฏาคม - สิงหาคม 2551 อ่านสารเพื่อนเสม 

Image พายุไซโคลนถล่มพม่า ความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรม
หลั่งไหลบริจาคกันมากมาย นับเป็นความมีน้ำใจของคนไทยสู่เพื่อนชาวพม่าผู้ประสบภัย
 

เนื่องด้วยภัยพิบัติครั้งร้ายแรงเมื่อพายุไซโคลนนาร์กิสเข้าถล่มในหลายพื้นที่ของประเทศพม่าเพื่อนบ้านของประเทศไทยเรา ยังผลให้เกิดความสูญเสียย่อยยับทั้งทรัพยากรธรรมชาติ บ้านเรือน และชีวิตของผู้คนนับหมื่นนับแสน ผลพวงของเหตุการณ์ทำให้ชาวพม่าที่รอดชีวิตมาได้ต้องประสบกับภาวะยากแค้น ขาดแคลนอาหาร น้ำสะอาด ยารักษาโรค และกำลังรอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ทั้งในเรื่องการซ่อมแซมที่อยู่อาศัย ฟื้นฟูอาชีพ รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องได้รับการบำบัดสภาพด้านจิตใจจากองค์กรทางด้านศาสนา ซึ่งก็ล้วนแต่ต้องใช้ระยะเวลาและงบประมาณสนับสนุนจำนวนมากแทบทั้งสิ้น รายละเอียด

สถิติ
ผู้เยี่ยมชม: 2597056
   หน้าแรก arrow หนังสือแนะนำ