|
ผู้นำกับวิทยาศาสตร์ใหม่ (Leadership and the New Science) มาร์กาเร็ต เจ. วีตเลย์ เขียน / เพชรรัตน์ พงษ์เจริญสุข รัชดา อิสระเสนารักษ์ และวิชิต เปานิล แปล พิมพ์ครั้งที่ ๑ ขนาด ๑๖ หน้ายกพิเศษ ๓๖๔ หน้า ราคาพิเศษ : ๒๓๔ บาท ราคาปกติ : ๒๖๐ บาท
มาร์กาเร็ต เจ. วีตเลย์ เชื่อว่าเราจะก้าวให้พ้นจากกระบวนการเปลี่ยนแปลงที่ไม่มีประสิทธิผล ซึ่งคอยขัดขวางเราตลอดมาก็คือการกลับมามองชีวิต เมื่อเราเข้าใจว่าชีวิตเปลี่ยนแปลงอย่างไร เราจะเริงระบำได้อย่างงดงามยิ่งขึ้นในจักรวาลที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนผันนีh ผู้นำกับวิทยาศาสตร์ใหม่ ไม่ได้นำเสนอแค่แนวคิดใหม่ๆ แต่ต้องการเปลี่ยนทัศนะที่มีต่อโลก และทุกคนจะต้องร่วมงานกันด้วยวิธีการที่แตกต่างไปจากแบบเดิมๆ คือจะต้องมีขันติธรรม ความกรุณา และความกล้าหาญยิ่งขึ้นกว่านี้ แนวคิดของผู้เขียนท้าทายให้เรากลับมาทบทวนทัศนะพื้นฐานที่มีต่อโลก และวิทยาศาสตร์ซึ่งประกอบด้วยทฤษฎีและการค้นพบทางชีววิทยา เคมี และฟิสิกส์ จากที่ทำงานเกี่ยวข้องกับทฤษฎีและการปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดองค์กร เมื่อมาร์กาเร็ต เจ. วีตเลย์ หันมาสนใจเรื่องวิทยาศาสตร์ใหม่แล้วสำรวจลึกลงไปก็ค้นพบว่า พื้นที่ใหม่นี้ประกอบด้วยสารพัดภาพลักษณ์ อุปมาอุปไมย และแนวคิดที่ทรงพลัง ชี้ชวนให้เปิดใจกับวิถีใหม่ๆ แห่งการมองอันลุ่มลึก วิทยาศาสตร์ใหม่โน้มนำให้มาร์กาเร็ตเชื่อว่ามีหนทางใหม่ๆ ในการทำความเข้าใจประเด็นที่มักก่อให้เกิดปัญหาในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นความโกลาหลไม่แน่นอน การควบคุมกำกับ เสรีภาพ การสื่อสาร การมีส่วนร่วม การวางแผนและการทำนายผลต่างๆ โลกแห่งควอนตัมฟิสิกส์สอนว่าไม่มีเป้าหมายปลายทางที่ถูกกำหนดอย่างแน่นนอนตายตัวมาก่อน มีแต่ศักยภาพที่อาจจะก่อให้เป็นความคิดจริงๆ จังๆ ขึ้นมา ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นคนเข้าไปค้นพบ และเขาผู้นั้นสนใจที่จะค้นพบอะไร ด้วยความกล้าที่จะเข้าไปในความไม่รู้เท่านั้นที่ความคิดใหม่ๆ อาจจะก่อรูปร่างขึ้นมา และสิ่งที่ก่อรูปขึ้นมานั้นก็จะแตกต่างกันไปตามผู้สำรวจแต่ละราย หนังสือเล่มนี้เน้นเฉพาะงานค้นพบทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการองค์กร จึงชี้ให้เห็นจุดน่าสนใจที่วิทยาศาสตร์ สามารถเกิดประโยชน์ต่อทฤษฎีและการปฏิบัติเกี่ยวกับการบริหารจัดการองค์กร ซึ่งเป็นด้านที่มาร์กาเร็ตคิดว่าสมควรและหวังว่าจะได้รับการสำรวจค้นคว้ากันอย่างจริงจังโดยผู้อ่าน ด้วยเหตุนี้เราจะพบแผนที่หลากหลายรูปแบบในหนังสือเล่มนี้ ส่วนหนึ่งให้รายละเอียดการค้นพบใหม่ๆ ของวิทยาศาสตร์ใหม่มากพอที่จะช่วยให้เข้าใจสภาพและขอบเขตของมัน ส่วนที่เหลือจะชี้ให้เห็นขอบเขตด้านอื่นโดยที่ยังไม่รู้ว่าจะพบอะไรที่นั่น อีกส่วนหนึ่งที่ค่อนข้างลงในรายละเอียดคือการเชื่อมโยงให้เห็นอย่างชัดเจน ระหว่างวิทยาศาสตร์กับการบริหารจัดการองค์กร ส่วนสุดท้ายเป็นบันทึกส่วนตัวของการเดินทาง ซึ่งผู้เขียนจะเล่าถึงความรู้สึกและประสบการณ์ที่ได้รับ วิทยาศาสตร์ใหม่ในหนังสือเล่มนี้ได้รับการนำเสนอโดยละเอียด ๓ สาขา คือ ควอนตัมฟิสิกส์ ระบบแห่งองค์กรจัดการตัวเอง และทฤษฎีความไร้ระเบียบ บทนำและบทที่ ๑ เป็นการแนะนำทั้ง ๓ ประเด็นของวิทยาศาสตร์ดังที่กล่าวมา ช่วยให้เข้าใจวิถีทางที่โลกทำงาน และช่วยให้คำอธิบายเบื้องต้นซึ่งเป็นที่มาแห่งการจัดระเบียบของจักรวาล และเชื่อมโยงไปถึงความกลัวและสถานการณ์ที่ขัดขวางเราไม่ให้ชื่นชม หรือเข้าใจวิธีการจัดระบบระเบียบที่ถูกสร้างขึ้นในระบบที่มีชีวิต (living system) บทที่ ๒ ๓ และ ๔ นำเสนอนัยของควอนตัมฟิสิกส์ต่อการบริหารจัดการองค์กร ซึ่งปัจจุบันยังคงใช้มุมมองเก่าที่มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ ๑๗ อิงอยู่กับฟิสิกส์ของนิวตัน ควอนตัมฟิสิกส์ได้ท้าทายความคิดของเราในเรื่องการสังเกตการณ์กับการรับรู้-เรียนรู้ การเข้าไปมีส่วนร่วมกับความสัมพันธ์ และเรื่องของอิทธิพลกับความเชื่อมโยงที่ดำรงอยู่ภายในระบบต่างๆ ที่ซับซ้อนและใหญ่โต บทที่ ๕ และ ๖ ให้ความสนใจกับระบบที่มีชีวิตและแนวคิดใหม่ๆ ที่เกิดจากความรู้ทางชีววิทยาและเคมี ทั้งสองบทนี้เสนอวิธีใหม่ในการทำความเข้าใจภาวะไม่สมดุลและการเปลี่ยนแปลง พร้อมทั้งการใช้ความไม่เป็นระเบียบสร้างสรรค์ให้เกิดความเป็นไปได้ใหม่ๆ เพื่อการเติบโต ข้อมูลที่อยู่ในจักรวาลที่มีการจัดองค์กรตนเอง เป็นแหล่งพลังพื้นฐานที่จำเป็นต่อการนำสสารให้ก่อเกิดเป็นรูปร่างขึ้น เรากำลังต้องการการตีความใหม่เกี่ยวกับการให้กำเนิดชีวิตใหม่ ระบบการจัดองค์กรตนเองแสดงให้เห็นถึงความสามารถของทุกชีวิตที่จะจัดการตัวเอง เพื่อสร้างสรรค์ระบบแห่งความสัมพันธ์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของตนเอง ระบบที่มีชีวิตเหล่านี้ ยังแสดงให้เห็นความความแตกต่างในความสัมพันธ์ที่แตกต่างระหว่างความมีอิสระในตัวเอง กับการถูกควบคุม แสดงให้เห็นว่าระบบที่ใหญ่โตสามารถรักษาสภาพของตัวเองไว้ได้ ด้วยเหตุผลเดียวที่ว่าระบบนั้น ได้เกื้อกูลแก่อิสรภาพของแต่ละหน่วยย่อยเป็นอันมาก บทที่ ๗ เป็นเรื่องทฤษฎีความไร้ระเบียบ (Chaos theory) ความไร้ระเบียบเป็นกระบวนการสำคัญที่ทำให้เกิดการจัดระบบระเบียบใหม่ โลกที่มีความไร้ระเบียบกับมีระเบียบดำรงอยู่เป็นคู่กัน เป็นที่ที่ไม่มีหลักประกันความมั่นคง หรือแม้แต่ไม่ได้ปรารถนาในความมั่นคง และมีการนำเสนอบทเรียนหลายด้านที่ผู้เขียนได้เรียนรู้จากความสัมพันธ์ของสองพลังที่ยิ่งใหญ่นี้ รวมทั้งบทบาทของความไร้ระเบียบในชีวิตและองค์กร บทที่ ๘ ลงลึกในเรื่องความสามารถเกินธรรมดาของชีวิตที่จะเปลี่ยนแปลง ปรับตัว และเติบโตตามที่ต้องการ อธิบายถึงสิ่งที่ผู้เขียนเชื่อว่าเป็นกระบวนการที่อยู่เบื้องหลังซึ่งทำให้ระบบที่มีชีวิตมีความสามารถเช่นนี้ พวกเราใช้เวลาหลายทศวรรษที่จะเปลี่ยนแปลงองค์กร ชุมชน รวมทั้งประเทศชาติของเรา พวกเราต้องยืนหยัดอดทนและเอาตัวรอดท่ามกลางความพยายามที่มักจะล้มเหลวเป็นส่วนใหญ่ เราต้องพัฒนาแนวทางที่แตกต่างอย่างถอนรากเพื่อหาหนทางแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้ และชีวิตจะเป็นครูที่ดีที่สุดในเรื่องนี้ บทที่ ๙ เป็นการนำเอาหลักการจำนวนมากจากวิทยาศาสตร์ แล้วเน้นในหลายจุดที่จะมีประโยชน์ต่อศาสตร์ “ใหม่” ของความเป็นผู้นำ วิทยาศาสตร์ใหม่สามารถจุดประกายให้กับประเด็นสำคัญๆ เกี่ยวกับความเป็นผู้นำได้ดีกว่าวิทยาศาสตร์เก่าที่เราคุ้นเคย อย่างไรก็ตามการศึกษาข้อค้นพบนี้ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นต้องอาศัยเวลาอีกหลายปี และต้องการความสัมพันธ์แบบใหม่ระหว่างพวกเราทั้งหมด รวมทั้งการเปิดกว้างแบบใหม่ในการสืบค้นและใคร่ครวญ บทส่งท้าย เป็นความเห็นจากสิ่งที่ผู้เขียนค้นพบในเรื่องธรรมชาติของการเดินทางและกระบวนการแห่งการค้นพบ |