+ + + + + ยินดีต้อนรับสู่ www.semsikkha.org + + + + + + + + + + ยินดีต้อนรับสู่ www.semsikkha.org + + + + +
ปฏิทินกิจกรรม
พฤศจิกายน 2008 ธันวาคม 2008
สัปดาห์ที่ 44 1
สัปดาห์ที่ 45 2 3 4 5 6 7 8
สัปดาห์ที่ 46 9 10 11 12 13 14 15
สัปดาห์ที่ 47 16 17 18 19 20 21 22
สัปดาห์ที่ 48 23 24 25 26 27 28 29
สัปดาห์ที่ 49 30
Login Form
ชื่อผู้ใช้

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อกอิน
ลืมรหัสผ่าน?
ยังไม่ได้ลงทะเบียน? ลงทะเบียนใหม่
เครือข่ายของเรา
Baandin.org
Sulak-sivaraksa.org
suan-spirit.com
siambaandin
semsikkhalai
สำนักพิมพ์เสมสิกขาลัย
สถาบันต้นกล้า
เสขิยธรรม
มันตรานิวาส
ป๋วยเสวนาคาร
ตัวกูของกู มิวสิค
wechange555.com
INEB
เคล็ดไทย

สนใจแลกลิงค์




สรรสาระ : ‘เดินเล่น’ตามเส้นทางสายใหม่ : ย้อนรอย จากYa!Basta ถึง Another world is possible PDF พิมพ์ ส่งเมล
เขียนโดย อัญญรัตน์ อ่อนสุทธิ   
Image

 การกระทำและการเลือกเล็กๆ สามารถจะส่งผลสำคัญต่อการกำหนดสิ่งที่จะตามมาได้ แม้จะไม่อาจคาดการณ์ได้ล่วงหน้า ว่าสิ่งนั้นคืออะไร  ในท่ามกลางความเป็นไปได้เหล่านั้น  การทดลองนับพันๆครั้ง และการเลือกนับล้านๆครั้งที่จะอยู่อย่างมีจิตสำนึกมากขึ้น  จะเชื่อมผนึกเข้าเป็นอารยะธรรมใหม่ ซึ่งหล่อเลี้ยงชุมชน  สร้างความเป็นไปได้ต่างๆ สำหรับการให้ความหมายและทำให้ชีวิตยั่งยืนสำหรับโลก

         ซาราห์ แวน เก็ลเดอร์ ¹(David C. Korten .ผู้เล่าเรื่องราวแบบใหม่ .  ชีวิตหลังทุนนิยม โลกยุคหลังบรรษัท .หน้า 271)

 ในช่วงเกือบสามสิบปีที่ผ่านมา หลังการล่มสลายของกำแพงเบอร์ลินและสหภาพโซเวียตเมื่อพ.ศ.2530 วลีที่ว่าเราไม่มีทางเลือกอื่น ได้กลายเป็นประหนึ่งคำขวัญของโลกใหม่ ‘โลกเสรีนิยมใหม่’ (neo-liberalism)²  ที่ขับเคลื่อนไปด้วยกลไกตลาดเสรี  ซึ่งให้คำมั่นกับชาวโลกโดยเฉพาะกลุ่มชนที่ถูกทำให้ตกขอบทั้งหลายถึงความอยู่ดีกินดี การพัฒนาที่เท่าเทียม เป็นธรรม   ผู้คนต่างรอคอยจะเฉลิมฉลองชีวิตใหม่  จากความหวังที่เปล่งประกายเจิดจรัสอยู่ในห้วงยามนั้น

 ทว่าในช่วงสิบปีหลัง เสียงสรรเสริญแซ่ซ้องได้แปรเปลี่ยนเป็นเสียงประณามหยามเหยียด องค์กรที่เคยเป็นเหมือนพ่อพระของคนยากอย่าง  WTO(องค์การการค้าโลก)  IMF(กองทุนการเงินระหว่างประเทศ )   World Bank (ธนาคารโลก   ได้ถูกตราหน้าว่าเป็น‘ร่างทรง’ของเหล่าบรรษัทข้ามชาติซึ่งมีประเทศมหาอำนาจโยงใยอยู่ 

 องค์กรเหล่านี้ตลอดจนข้อตกลงเขตการค้าต่างๆ เช่น NAFTA(ข้อตกลงเขตการค้าเสรีอเมริกาเหนือ)  FTAA (เขตการค้าเสรีแห่งทวีปอเมริกา) FTA (ข้อตกลงเขตการค้าเสรี)  ฯลฯ ได้ถูกต่อต้านคัดค้านอย่างหนักหน่วงต่อเนื่อง ขบวนการคัดค้านได้ขยายกันเป็นเครือข่ายกระจายอยู่ทั่วโลก

  ต้นธารแห่งการฟื้นตื่นจากมนตร์สะกดแห่งทุนนี้ ดำเนินมาอย่างไร ? สายธารนี้หลั่งไหลไปไหน ? เราจะมาเดินเล่นย้อนรอยตามเส้นทางสายนี้กัน  เส้นทางสายที่หลายคนบอกว่ามันคือทางเลือกใหม่ เส้นทางที่ผู้คนในนั้นจะบอกกับคุณว่า อีกโลกหนึ่งเป็นไปได้

สายธารแห่งการฟื้นตื่น 
 Ya ! Basta

 พอกันที !

วลีนี้ประกาศก้องขึ้นในวันที่ 1 มกราคม 1994 (2536) โดย ‘กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติซาปาติสต้า’ ซึ่งเป็นชาวอินเดียแดงพื้นเมืองเผ่ามายา ในรัฐเชียปาส ประเทศเม็กซิโก ที่ลุกขึ้นทำการปฏิวัติหลังรัฐบาลเม็กซิโกได้เข้าร่วมลงนาม ในข้อตกลงเขตการค้าเสรีอเมริกาเหนือ(NAFTA) กับอเมริกาและแคนาดา ซึ่งเป็นเหมือนการฉีกทึ้งฟางเส้นสุดท้ายแห่งความอดทนให้ขาดสะบั้น เพราะนับตั้งแต่ชนผิวขาวผู้เป็นอื่นได้เหยียบย่างฝ่าตีนบอบบางลงบนผืนดินเม็กซิโกเมื่อ500ปีก่อน หายนะของชนพื้นเมืองผู้เป็นเจ้าของผืนดินก็เริ่มขึ้น

พวกเขาถูกผลักไสให้ไปอยู่ในที่ๆไม่เอื้อให้ชีวิตใดอยู่รอด ไม่มีน้ำ อาหาร ยารักษาโรค ที่อยู่คุ้มหัว กระทั่งพื้นดินให้เหยียบยืน ทรัพยากรถูกชุดกระชากไปเป็นของนายทุนและผู้ร่ำรวยกลุ่มน้อย  วิถีความเป็นอยู่ของชนพื้นเมืองได้เลวร้ายอย่างที่สุด ถูกกดขี่หยามเหยียดและลิดรอนสิทธิทางวัฒนธรรม การเมือง สังคม  สิ้นไร้ซึ่งศักดิ์ศรีใดๆ 

 การลุกฮือของชนพื้นเมืองเกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ครั้งใหญ่ที่สุดได้เกิดขึ้นในปี 1911 โดยการนำของปานโช วีญาและเอมีเลียโน ซาปาตา  ซึ่ง ‘ขบวนการซาปาติสต้า’ คือขบวนการต่อเนื่องที่ตามมาจากครั้งนั้นเอง

 รองผู้บัญชาการมาร์กอสผู้เป็นโฆษกทรงเสน่ห์ของขบวนการ ได้กล่าวว่านาฟตาคือคำสั่งประหารชีวิตพวกเขา  การเปิดเสรีที่ตามมาจะยิ่งซ้ำเติมชนพื้นเมืองให้จมเลนลงไปอีก สินค้าเกษตรจากอเมริกา แคนาดาจะเข้ามาแย่งตลาดในเม็กซิโก ซึ่งเกษตรกรรมพื้นเมืองเล็กๆน้อยๆไม่สามารถสู้ได้แน่นอน ระบบกรรมสิทธิ์ที่ดินส่วนรวมแบบ‘เอฮิโด’จะต้องถูกล้มเลิก แล้วเมื่อนั้นหนทางอยู่รอดอันน้อยนิดด้วยระบบชุมชนของพวกเขาจะถูกทำลายย่อยยับ  

 ซาปาติสต้าไม่ได้ปฏิวัติเพื่อล้มล้างหรือยึดอำนาจรัฐ อย่างเคยเป็นมาในสายธารแห่งการปฏิวัติทั้งมวล หากเป็นไปเพื่อความอยู่รอด เป็นไปเพื่อที่จะบอกว่าพวกเขาเพียงพอแล้วต่อการกดขี่ เพื่อสรรสร้างโลกที่ทุกคนจะกำหนดชะตากรรมของตัวเองได้ เพื่อความเป็นมนุษย์ที่สดใหม่และมีความหมาย  ซึ่งนั่นยังความตื่นตะลึงให้กับผู้รับรู้การปรากฏตัวของพวกเขา

 ซาปาติสต้าไม่ได้อ้างการเป็นผู้นำของประชาชน หรือบอกว่าสิ่งที่พวกเขาทำคือสิ่งที่ดีที่สุดของทุกคน ทั้งยังบอกให้ทุกคนกระทำการขัดขืนตามวิถีทางและอุดมการณ์ของตัวเอง แล้วแสดงมันออกมา      พวกเขาเป็นนักรบไร้หน้า หน้ากากสกีที่พวกเขาสวมมันตลอดเวลานั้นก็เพื่อจะบอกว่า ‘ทุกคนเป็นซาปาติสต้าได้’

 และนั่นเอง ! ซาปาติสต้าได้สร้างกระแสแห่ง Ya!Basta  ให้เริงระบำขึ้นในโลกของผู้ถูกกดขี่และผู้เบื่อหน่ายสิ่งที่เป็นอยู่ ผู้คนมากมายลุกขึ้นมาปกป้องขบวนการนี้เมื่อรัฐบาลพยายามโต้ตอบอย่างรุนแรง  มีการเดินขบวนประท้วงร่วมด้วยนับแสนคน เกิดการสนับสนุนขบวนการเรื่อยมา กระทั่งช่วงเดือนกรกฎาถึงสิงหาคม พ.ศ. 2546 การประชุมนานาชาติก็ได้เกิดขึ้นในชื่อ ‘การประชุมสังสรรค์ข้ามทวีปเพื่อมนุษยชาติและต่อต้านลัทธิเสรีนิยมใหม่’ นักเคลื่อนไหว นักสิทธิมนุษยชน นักวิชาการ เอ็นจีโอ สื่อมวลชน นักกิจกรรมทางสังคม ฯลฯ จากทั่วสารทิศ เดินทางมายังดินแดนกันดารของซาปาติสต้าเพื่อเข้าร่วมงาน

 นับจากนั้น ผู้เข้าร่วมต่างเดินทางกลับไปยังโลกแห่งเสรีจอมปลอมที่ตนอาศัยอยู่  แล้วก่อเริ่มการเปลี่ยนแปลงของตัวเอง  การต่อสู้แบบใหม่ที่ไร้การนำเบ็ดเสร็จและมุ่งเน้นปฏิบัติการซึ่งหน้าได้เริ่มระบัดใบ

 เมื่อสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงพัดผ่าน ผีเสื้อปีกบางก็เริ่มเขยื้อนเคลื่อนไหว

เมื่อผีเสื้อกระพือปีก

 ทฤษฎีไร้ระเบียบหรือchaos theory  มีแนวคิดว่า เมื่อผีเสื้อหนึ่งตัวกระพือปีกจะส่งผลให้เกิดพายุใหญ่ได้ เราอาจตระหนักถึงความเป็นไปได้นี้  จากปรากฏการณ์ที่ต่อเนื่องมาจากการปฏิวัติของซาปาติสต้า ซึ่งเป็นดั่งผีเสื้อหนึ่งตัวที่ขยับปีกในท่ามกลางพันธนาการของโลกเสรีนิยมใหม่

 ปรากฏการณ์ปลุกเร้าแบบนักรบไร้หน้า กอปรกับการที่ผู้คนในหลายประเทศทั่วโลกได้รับผลกระทบจากแนวทางเสรีนิยมใหม่ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ซึ่งทวีความรุนแรงซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ  ทำให้เกิดเป็นกระแสตื่นตัวของขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมแบบใหม่(new social movement) ที่ต่อมาได้แตกตัวราวไวรัสออกไปเป็นการปฏิเสธในหลายรูปลักษณ์  แต่สามารถแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะใหญ่4  คือ

ลักษณะบุคคลหรือกลุ่มอิสระที่รวมกันเป็นครั้งคราว

การคัดค้านได้ปรากฏขึ้นในทุกหนแห่งที่เสรีนิยมใหม่รุกคืบเข้าไป การขัดขืนได้ก่อรูปขึ้นนับไม่ถ้วน  ทั้งการเดินขบวนประท้วง การชุมนุม เดินรณรงค์  การปฏิเสธ  การใช้สัญลักษณ์ การดื้อแพ่งซึ่งหน้า ฯลฯ

ขบวนการลักษณะนี้ปรากฏเป็น  กลุ่มเดินขบวนประท้วงสงคราม    การรณรงค์ต่อต้านบรรษัทข้ามชาติ  การชุมนุมคัดค้านการประชุมขององค์กรโลกบาลและกลุ่มเจรจาทางการค้า กิจกรรมแบบวัฒนธรรมDIY5  ยุทธวิธีแบบ Black Block ยุทธวิธีแบบ Tute Bianche  กลุ่มDirect Action Network กลุ่ม Ya!Basta  กลุ่มPink bloc (กลุ่มย่อยเหล่านี้บางครั้งรวมเรียกว่า Affinity Group )  การไม่ให้มีโฆษณาสินค้าในสถานศึกษา  การปฏิเสธสินค้าที่มีความเป็นมามืดดำอย่างการกดขี่ค่าแรงหรือละเมิดสิทธิมนุษยชน  การใส่เสื้อหรือติดเข็มกลัดที่มีข้อความเรียกร้องสันติภาพ การรณรงค์ในวันต่อต้านระบบทุนนิยม (18 มิ.ย. 2542 - J18) หรือวันต่อต้าน WTO6 (30พ.ย. 2542 - N30) ซึ่งเป็นเหมือนหัวเชื้อให้เกิดเป็นขบวนการที่ซีแอตเติลต่อมา  ฯลฯ

ปรากฏการณ์บนท้องถนนครั้งสำคัญ คือ การประท้วงเวทีประชุมWTO ครั้งที่ 3 เมื่อพ.ศ.2542    ณ เมืองซีแอตเติล ประเทศสหรัฐอเมริกา การรวมตัวกว่า 50,000 คนครั้งนั้น ได้รับการขนานนามว่าเป็นจุดเปลี่ยนการต่อสู้ทางสังคม เป็นจุดเริ่มของเสียงกู่ตะโกนถึงความเป็นไปได้ของโลกใบอื่น เป็นจุดเริ่มของการเคลื่อนไหวที่เรียกกันว่าขบวนการต้านโลกาภิวัตน์ (ที่เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุน) เมืองซีแอตเติลในห้วงยามนั้นเป็นดั่งสนามแห่งการประกาศตัวของคนธรรมดา ผู้ไม่เห็นด้วยกับคณะทรงเกียรติ์แสนร่ำรวยในห้องประชุมโอ่อ่า  ที่กำลังพูดคุยกันถึงการครอบโลกผ่านกลไกทางเศรษฐกิจแบบตลาดเสรีที่ไม่เสรีจริง  

 หลังจาก พ.ศ. 2542  การต่อต้านแนวทางเสรีนิยมใหม่กลายเป็นปรากฏการณ์ดาษดื่น     คำขวัญอย่าง 

โลกของเราไม่ได้มีไว้ขาย , ไม่ใช่ในนามของเรา(ที่นำไปอ้างเพื่อรุกรานประเทศอื่น ), ประชาชนต้องมาก่อนกำไร ต่างดังกังวานขึ้น  ประเด็นในการขับเคลื่อนก็แยกย่อยเป็นหลายเรื่อง ทั้งพรมแดนเสรี ผู้ลี้ภัย สิทธิมนุษยชน การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร การเข้าถึงปัจจัยในการดำรงชีวิตพื้นฐาน  สงคราม7   เพศสภาพ การตัดต่อพันธุกรรม (GMO)  ธุรกิจเพื่อสังคม สิทธิบัตร การแปรรูปสาธารณูปโภคหรือบริการพื้นฐานของรัฐ  พลังงาน สิ่งแวดล้อม การค้าอาวุธ ฯลฯ 

 ลักษณะสมัชชาหรือองค์กรที่มีวาระต่อเนื่อง

 หากการการเริงระบำบนท้องถนนคือเคลื่อนไหว สมัชชาทางสังคมหรือองค์กรที่มีวาระต่อเนื่องก็เป็นการนิ่งชะลอเพื่อครุ่นคิดลงลึกในรายละเอียดของการเคลื่อนไหวเหล่านั้น เป็นแสวงหารูปธรรมของโลกใบอื่นที่เป็นไปได้

 ท่ามกลางการขบวนเคลื่อนไหวมหาศาล สมัชชาทางสังคมและองค์กรที่มีประเด็นการทำงานต่อเนื่องได้ก่อตัวขึ้น เช่น ขบวนการแรงงานไร้ที่ดินในบราซิล (MST)  ศูนย์สังคมในอิตาลี การจัดสมัชชาสังคมโลก (World Social Forum :WSF)   สมัชชาสังคมยุโรป (Europe Social Forum)     สมัชชาสังคมเอเชีย (Asian Social Forum )8     สมัชชาสังคมอัฟริกาและลาตินอเมริกา     สมัชชาระดับประเทศ ระดับท้องถิ่น ( Social Forum )    ในที่นี้จะลงรายเอียดเฉพาะสมัชชาสังคมโลกและสมัชชาสังคมไทย ดังนี้คือ

 -  สมัชชาสังคมโลก (World Social Forum :WSF)  มีวาระการประชุมทุกปี เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 ที่เมืองปอร์โต อัลเลเกร ประเทศบราซิล 9 โดยWSF ได้ชูคำขวัญหลักคือ Another world is possible เพื่อจะบอกแกชาวโลกว่า ‘อีกโลกหนึ่งเป็นไปได้’ 

  WSF นอกจากความมุ่งหมายให้เป็นเวทีคู่ขนานไปกับการเวทีเศรษฐกิจโลก (world economic forum: WEF) 10  แล้ว ยังต้องการให้เป็นพื้นที่พบปะของบุคคล กลุ่ม หรือขบวนการเคลื่อนไหวต่างๆที่ต่อต้านแนวทางเสรีนิยมใหม่   เพื่อปะทะสังสรรค์ทางปัญญา แลกเปลี่ยนความเห็น ประสบการณ์ แนวทางการทำงาน  วิพากษ์โลกาภิวัตน์ของนายทุน  เพื่อร่วมกันแสวงหาวิถีทางเลือกใหม่ๆ   โดยมี ‘กฎบัตรเวทีสังคมโลก’ เป็นแนวทางให้ผู้เข้าร่วมตระหนักร่วมกัน เช่น WSF เป็นพื้นที่ของทุกคน ควรเคารพความแตกต่างทางความคิด ,ไม่มีใครสามารถอ้างว่าเป็นตัวแทนของสมัชชาได้ , องค์กรทางการเมืองหรือทหารไม่สามารถเข้าร่วมได้ แต่อาจมีกรณีที่ได้รับเชิญเป็นการส่วนตัว   ฯลฯ

  -  สมัชชาระดับประเทศ (Social Forum)  จากเวที WSF ได้ขยายไปสู่การจัดประชุมตามภูมิภาคต่างๆ ซึ่งจัดไปแล้วในหลายประเทศ กระทั่งมาถึงเวลาของประเทศไทยเองบ้าง ที่กำลังจะเกิดเวทีสมัชชาสังคมไทย หรือ  Thai  Social Forum : TSF ในเดือนตุลาคม 2549 นี้ 

 สมัชชาสังคมไทย11 :โลกที่เป็นธรรม ประชาชนสร้างได้  เริ่มมาจากการประชุมปรึกษาเรื่องสมัชชาสังคมโลกที่ศรีลังกา มีการตกลงกันว่า จะจัดงานสมัชชาสังคมโลกสาขาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตะวันออกในปีเดียวกันคือพ.ศ.2549 โดยองค์กรพัฒนาเอกชนและองค์กรที่สนใจในไทย ได้เสนอให้ไทยเป็นเจ้าภาพจัด WSF สาขาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ภายหลังด้วยความไม่สะดวกของหลายองค์กร ทำให้เปลี่ยนเป็นการจัด TSF แทน โดยจะมีขึ้นในวันที่ 21 – 23 ตุลาคม 2549 ซึ่งกิจกรรมในงานจะคล้ายคลึงกับ WSF คือ การประชุม เสวนา วงใหญ่และวงเล็กควบคู่กันไป  ซุ้มแสดงนิทรรศการและเผยแพร่ข้อมูล กิจกรรมบันเทิงทางศิลปวัฒนธรรมต่างๆ

 ขบวนการทางสังคมแบบใหม่นี้ มีท่วงทำนองเฉพาะที่ต่างไปจากการต่อสู้ทางสังคมในอดีตหลายประการ เช่น   ไม่มีอุดมการณ์สูงสุดร่วมกัน ,  มีประเด็นหลากหลาย ผู้เข้าร่วมหลายกลุ่ม ทั้งกรรมาชีพไปจนถึงชนชั้นกลาง , แต่ละกลุ่มมารวมกันอย่างหลวมๆ ไม่มีโครงสร้างตายตัว เพียงแต่ยึดหลักการบางอย่างร่วมกันเป็นครั้งๆไป ,  มุ่งโจมตีระบบเสรีนิยมใหม่ (ทั้งแนวคิด ระบบ เนื้อหา สัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้อง ฯลฯ) ใช้วิธีการติดต่อสื่อสารกันผ่านเทคโนโลยีโดยเฉพาะอินเตอร์เน็ต ,  พยามยามให้มีรูปแบบเหมือนงานสังสรรค์  เราจึงได้เห็นการเต้นรำร้องเพลงระหว่างเดินขบวน  การแต่งตัวตลกๆ เป็นการ์ตูน เป็นนางฟ้า การแต่งกายล้อเลียนมหาเศรษฐีในห้องประชุมหรูหรา กีดขวางการจราจรด้วยวิธีประหลาด การใช้พื้นที่รกร้างของรัฐจัดกิจกรรมแสดงดนตรี พูดคุยเรื่องสังคม การเมือง สังสรรค์ทางศิลปะ  ฯลฯ

  การขับเคลื่อนครั้งใหม่นี้ แลดูเข้มข้นจัดจ้าน มีสีสัน และมีความหวัง ทว่าในทางเลือกสายใหม่ก็มีข้อท้าทายและคำถามใหม่ๆไล่ตามมาเช่นกัน  ไม่เพียงการพูดคุยถกเถียงกันในขบวนการเท่านั้นที่ไม่ง่ายดาย แต่ยังรวมไปถึงสังคมโลกทั้งหมดด้วยที่ขบวนการต้องสื่อสารเพื่ออธิบายถึง‘ตัวตน’ ทั้งสิ่งที่ทำ ความมุ่งหวัง แนวคิด กระทั่งรูปร่างหน้าตาของ‘ศัตรู’ 

ท้าทายทางเลือก

 เหตุการณ์ถล่มตึกแฝดเวิร์ลเทรดเซ็นเตอร์  อาจเรียกได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนประวัติศาสตร์ของจุดเปลี่ยนประวัติศาสตร์อีกทีก็ได้ หากมองว่า ปรากฏการณ์อย่างนักรบไร้หน้าและการชุมนุมที่ซีแอตเติล คือการเริ่มต้นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของการต่อสู้โดยสามัญชนธรรมดา

 หลังจากวันนั้น ประวัติศาสตร์โลกย่อมไม่เหมือนเดิม ไม่เพียงความตายและผู้สูญเสียมหาศาล รัฐมนตรีการค้าของสหรัฐออกมาประกาศว่า‘การค้าเสรีคือหนทางต่อสู้กับผู้ก่อการร้าย’ สหรัฐกำลังแปรเปลี่ยนเสรีนิยมใหม่ให้เป็นฮีโร่ของยุคสมัย หลายเสียงกังวลถึงท่าทีที่รวมเอาขบวนการเคลื่อนไหว เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกระแสผู้ก่อการร้ายด้วย   ซึ่งอาจตามมาด้วยการปราบปรามรุนแรงอย่าง‘ชอบธรรม’   เพราะเป็นในนามของการปราบปรามผู้เป็นภัยต่อโลก  

 และด้วยลักษณะของขบวนการที่ไร้การจัดตั้ง  มีโครงสร้างยืดหยุ่นตามสถานการณ์  ไม่มีแกนนำเบ็ดเสร็จ  มันเป็นพื้นที่รองรับความแตกต่างแต่ก็ควบคุมความรุนแรงได้ยาก  นาโอมิ ไคลน์ หญิงสาวชาวแคนาดา ผู้เป็นเหมือนโฆษกอย่างไม่เป็นทางการของขบวนการเคลื่อนไหว ได้แสดงความเห็นไว้ใน รั้วแห่งการกักกัน  หน้าต่างแห่งโอกาส หนังสือชื่อก้องของเธอว่า  ความรุนแรงหลายครั้งที่เกิดในการชุมนุม ส่วนหนึ่งเพราะเราเองไม่ได้ยับยั้ง ไม่พยายามหลีกเลี่ยง และหลายครั้งที่การชุมนุมไปไม่พ้นจากขบวนการแบบ‘แมคโดนัล’ คือ เหมือนกันไปหมดทุกหนแห่ง เพียงแต่เคลื่อนจากที่หนึ่งไปที่หนึ่ง มีแต่การเดินขบวนประจำวัน การโจมตีสัญลักษณ์ของทุนนิยมเกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า โดยไม่สะท้อนความเป็นขบวนการทั้งหมด เหล่านี้เพิ่มโอกาสให้เกิดความรุนแรงได้มากขึ้น   รวมทั้งภาพลักษณ์ของการต่อต้าน ที่จะถูกลากดึงให้ซ้อนทับกับการก่อการร้ายได้ง่ายขึ้น 

 ข้อท้าทายอื่นนอกจากนี้ คือการปรับกลยุทธ์ทางเวทีเจรจา หลายครั้งในการประชุมWTOไม่สามารถตกลงกันได้ ตั้งแต่เวทีที่เมืองซีแอตเติล(ครั้งที่3) เมืองโดฮา(ครั้งที่4) มาจนถึงเมืองแคนคูน(ครั้งที่5) เรียกได้เต็มปากว่าเป็นครั้งที่การเจรจาล้มเหลว เหตุมาจากทั้งตกลงผลประโยชน์กันไม่ได้ด้วยจำนวนสมาชิกร้อยกว่าประเทศ และจากฝูงชนที่รายล้อมการประชุมอยู่ภายนอก

หลายปีหลัง สหรัฐจึงให้ความสำคัญกับการเจรจาพหุพาคีน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด แล้วหันไปใส่ใจเวทีทวิภาคีอย่างFTAที่มีเพียงสองประเทศแทน เพราะ‘ง่าย’และ‘รวดเร็ว’กว่า โดยเฉพาะกับประเทศที่มีอำนาจต่อรองต่างกันมากๆ

 นักวิชาการบางคนพูดถึงการฝากความหวังไว้กับWTO ว่าถึงอย่างไรก็‘ร้าย’น้อยกว่า FTA แต่หลายเสียงเห็นว่าเลวร้ายไม่ต่างกัน WTOยังไม่สามารถเป็นเวทีที่คนหาเช้ากินค่ำจะฝากความหวังด้วยได้ ถึงอย่างไรก็เป็นพื้นที่ของบรรษัทข้ามชาติ   ศัตรูที่อ่อนล้าไม่ได้หมายความว่าจะกลับมาเป็นมิตร 

 มาถึงนาทีนี้ ขบวนการต้านเสรีนิยมใหม่จำต้องเลือกระหว่าง WTO กับ FTA ระหว่าง โลกแห่งทุน กับ โลกแห่งนักรบในนามพระเจ้า แค่นี้หรือ ? หรือจะเลือกทำงานหนักขึ้น อดทนมากขึ้นเพื่อสร้างสรรค์ทางเลือกอื่น  สมัชชาสังคมโลกเป็นพื้นที่หนึ่งของการถกเถียงพูดคุยถึงเรื่องนี้ ทว่านั่นก็ด้วย ที่เป็นอีกข้อท้าทายซึ่งขบวนการต้องครุ่นคิดทบทวน

 นอกจากนาโอมิ ไคลน์ มีนักเคลื่อนไหวหลายคนออกมาสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้น ในพื้นที่ของสมัชชาสังคมโลก โดยเฉพาะครั้งหลังๆว่า มักมีการผลักดันให้คิดเหมือนๆกันในที่ประชุม  มีหลายกลุ่มพยายามช่วงชิงการนำ พยายามสร้างภาพตัวแทนของสมัชชา การสนับสนุนและการตัดสินใจยังไม่ใสกระจ่าง มีการประชุมและเสวนาหลายวงพร้อมกันมากเกินไป  คนเข้าร่วมยังมีสัดส่วนของคนรากหญ้า ผู้หญิง องค์กรพัฒนาเอกชนท้องถิ่นน้อย นักวิชาการและองค์กรจากตะวันตกได้รับความสนใจจากสื่อมากกว่า  ยังคงมีกลุ่มอภิสิทธิ์ที่ได้นั่งในห้องV.I.P ในพื้นที่นี้   หลายกลุ่มสะท้อนถึงกระแสชาตินิยมรุนแรง ที่มุ่งต่อต้านบรรษัทข้ามชาติ มากกว่าจะพัฒนาทางเลือกที่สร้างสรรค์ให้เกิดขึ้น  ฯลฯ    เหล่านี้เป็นสิ่งที่ทุกคนในการเคลื่อนไหวไม่อาจละเลยไปได้ หากคิดสร้างโลกใหม่เพื่อทุกคน  บางเรื่องดูเล็กน้อย แต่ได้สะท้อนวิธีคิดอย่างที่ตัวเองกำลังต่อต้านออกมา

 จากYa!Basta กว่าจะถึง Another world is possible  ได้ผ่านการถักทอร่วมกันจากมือของคนที่ถูกกดขี่ ของผู้เบื่อหน่ายชีวิตไร้ทางเลือก ของผู้แสวงหาโลกใบที่รองรับทุกคน  ผ่านกาลเวลาที่เคลื่อนไปดั่งเม็ดทรายในนาฬิกาแก้ว มาถึงวันนี้แม้ยังไร้ความสมบูรณ์แบบแต่หาได้หมายถึงความสิ้นหวัง เราไม่สามารถตัดสินความสำเร็จและพ่ายแพ้ได้ง่ายๆ จากการต่อสู้เพียงครั้งสองครั้ง เช่นเดียวกับที่เราไม่สามารถไปถึงปลายทางที่งดงามได้ด้วยหนทางมักง่าย

สำคัญกว่านั้นคือความอดทน อดทนทั้งกับข้อท้าทาย กับน้ำแรงที่ยังไม่ปรากฏเป็นรูปธรรม  กับที่ต้องลงลึกในรายละเอียดที่มากกว่าการต่อต้านชั่วครั้งชั่วคราว เพื่อสรรสร้างทางเลือกใหม่ๆ  อดทนกับความแตกต่างหลากหลายที่มาเชื่อมร้อยเข้าด้วยกัน

ผู้คนบนทางสายใหม่อาจเคลื่อนไปสู่ปลายทางได้ด้วยคำถาม มากกว่าจะเป็นคำตอบที่ชัดเจนเบ็ดเสร็จอย่างที่คุ้นเคยกันมาก็เป็นได้  

ข้อมูลประกอบการเขียน

เอกสาร

-  ชีวิตหลังทุนนิยม โลกยุคหลังบรรษัท เขียนโดยDavid C. Korten  แปลโดย จิรัตติกาล สำนักพิมพ์สวนเงินมีมา

- รั้วแห่งการกักกัน หน้าต่างแห่งโอกาส เขียนโดย Naomi Klein แปลโดย พิภพ อุดมอิทธิพงศ์ สำนักพิมพ์มูลนิธิโกมลคีมทอง

-  นิตยสาร a day weekly ปีที่1 ฉบับที่8  9-15 กรกฎาคม 2547

-  นิตยสารราย 3 เดือน ฟ้าเดียวกัน ปีที่1 2546 ฉบับที่1 มกราคม – เมษายน  ฉบับที่3 กรกฎาคม –

กันยายน  ฉบับที่4 ตุลาคม – ธันวาคม   ปีที่2 2547 ฉบับที่2 เมษายน – มิถุนายน ฉบับที่3 กรกฎาคม – กันยายน ฉบับที่ 4 ตุลาคม – ธันวาคม  ปีที่ 4 2549 ฉบับที่ 2  เมษายน – มิถุนายน ฉบับที่ 3    

 - ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2,033 วันที่ 7-10 สิงหาคม 2548

เว็บไซด์ 
www.focusweb.org
www.prachatai.com
http://www.prachatai.com/wsf/
http://www.tompaine.com/articles/2006/08/08/wto_best_left_for_dead.p
http://www.trf.or.th/News/Content.asp?Art_ID=159
http://www.fridaycollege.org/index.php?file=forum&obj=forum.forprint
http://www.thaico.net/b_thaiact/tsc_26nov44.htm


 

หมายเหตุ

 2. เสรีนิยมใหม่ คือระบบที่เชื่อในกลไกตลาดเสรี  ซึ่งสินค้า บริการ ทุนควรเคลื่อนย้ายได้อย่างอิสระรวดเร็ว รัฐควรเข้ามาควบคุมให้น้อยที่สุดหรือไม่ควบคุมเลย  จึงมีองค์กรอย่างธนาคารโลก  องค์การการค้าโลก เข้ามามีบทบาทแทน 
 3. องค์กรเหล่านี้ถูกเรียกว่าองค์กรโลกบาลหรือองค์กรเหนือรัฐ  ซึ่งถูกวิจารณ์ถึงปัญหาในการทำงานว่า ไม่ได้เป็นพื้นที่ของการเจรจาที่เป็นธรรม ไม่ได้ช่วยเหลือประเทศด้อยพัฒนาจริงๆ แต่กลับเป็นช่องทางให้บรรษัทข้ามชาติและประเทศมหาอำนาจเข้ามาแสวงประโยชน์ได้อย่างถูกกฎหมาย
4. แบ่งลักษณะโดยผู้เรียบเรียง
5.  วัฒนธรรม DIY (Do it yourself) คือการปฏิเสธสิ่งที่เสรีนิยมใหม่หยิบยื่นให้ หรือทำในสิ่งที่โลกใบนั้นบอกว่าทำไม่ได้  ปฏิบัติการจึงแสดงออกมาเป็นการยึดพื้นที่รกร้างของรัฐเพื่อจัดกิจกรรมนอกกระแส การตัดแปะตราสินค้าให้เป็นยี่ห้อใหม่ การดาวน์โหลดอย่างไม่สนใจลิขสิทธิ์
6.  WTO  จัดประชุมเจรจาทุก 2 ปี  โดยหลังเกิดการประท้วงที่ซีแอตเติลในปี พ.ศ. 2542  การประชุมในอีก 3 ครั้งต่อมาก็มี การเคลื่อนไหวคัดค้านเกิดขึ้นทุกครั้ง ครั้งล่าสุดคือที่ฮ่องกง เมื่อ เดือนธันวาคม พ.ศ. 2548 
7.  โดยเฉพาะพ.ศ.2546 เมื่ออเมริกาเข้ารุกรานอิรักหลังเหตุการณ์ 9 / 11 ได้มีการเดินขบวนคัดค้านสงครามและประณามประธานาธิบดีจอร์จ บุช อย่างมหาศาล ตลอดทั้งปีมีผู้เข้าร่วมกว่าสิบล้านคนทั่วโลก เฉพาะกรุงโรม ประเทศอิตาลีที่เดียวมีถึง 2,500,000 คน
8.  เวทีสังคมเอเชีย จัดขึ้นครั้งแรก พ.ศ. 2546 ที่เมืองไอเดอร์ ราบัด ประเทศอินเดีย โดยประกาศถึงโลกอีกใบที่เป็นไปได้เช่นเดียวกับ WSF  แต่พยายามหาแนวทางที่เป็นรูปธรรมเพื่อต่อต้านการครอบงำจากเสรีนิยมใหม่ด้วย นอกจากกิจกรรมทางปัญญาอย่างการแลกเปลี่ยน วิพากษ์วิจารณ์สิ่งที่เป็นอยู่ 
9.  การประชุม WSF ตั้งแต่ครั้งที่ 1 – 3 (2544 – 2546 ) จัดต่อเนื่องทุกปีที่บราซิล ยกเว้นครั้งที่ 4 ปี พ.ศ.2547 เปลี่ยนไปจัดที่เมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย และกลับมาจัดที่บราซิลในครั้งที่ 5 พ.ศ. 2548 โดยหลังจากครั้งนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงคือ การประชุมจะจัดทุก 2 ปี ซึ่งครั้งที่ 6 จะมีขึ้นในปี พ.ศ. 2550 ที่แอฟริกา  
10.  จัดประจำทุกปีที่เมืองดาวอส ประเทศสวิสเซอแลนด์  ซึ่งเป็นสถานที่ตากอากาศหรูหรา เพื่อรองรับผู้เข้าร่วมที่ร่ำรวย 
11.   ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.prachatai.com/wsf/


ความคิดเห็น

เฉพาะสมาชิกเท่านั้นที่แสดงความคิดเห็นได้
กรุณาเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิก

Powered by AkoComment 2.0!

ลงนามกำลังใจ
สมัครสมาชิกเว็บไซต์
ติดต่อเรา
เพื่อนบ้าน
กระดานสนทนา
ข่าวฝากประชาสัมพันธ์
Email 4 Staff
หนังสือแนะนำ
สินค้าน่าสนับสนุน
ช่วยคนชราธิเบตพลัดถิ่น
ภาพความหมาย
ash05.jpg
ปักหมุดประกาศ

Image สารเพื่อนเสม  ข่าวสารองค์กรเครือข่าย มูลนิธิเสฐียรโกเศศ - นาคะประทีป จดหมายข่าวราย 2 เดือน ปีที่ 4 ฉบับที่ 32 พฤศจิกายน-ธันวาคม 2551
+ จุดเปลี่ยน / กฤตยา ศรีสรรพกิจ
+ ช่วงเปลี่ยนผ่านของชีวิต / วารุณี ไม้ตราวัฒนา
+ ในอ้อมกอดของขุนเขาและเหล่ากระบวนกร / พูลศรี ไชยประสิทธิ์
+ วัยเด็ก ..ต้นไม้แห่งความทรงจำ : นาทีชีวิต ตอน 2
+ Tokyo Tower : แม่ครับ...ผมรักแม่/ จากบทภาพยนตร์
+ สุนทรียสนทนา / วิทยากร โสวัตร  
 อ่านสารเพื่อนเสม
 

Image ปาจารยสาร ฉบับ "การศึกษาทางเลือก การเดินทางเพื่อกลับไปจุดเดิม? 
||
สมัครสมาชิก || บอร์ดชาวปาจารยสาร || 
ปีที่ 32 ฉบับที่ 6 กรกฎาคม-สิงหาคม 2551
- การศึกษาเพื่อการครอบงำ
- บทเรียนแห่งการปฏิรูปการศึกษา
- สู่การศึกษาทางเลือก
- ทางเลือกของทางเลือก
- แพทย์แผนทิเบตศาสตร์แห่งอดีต เพื่อรักษาปัจจุบัน
- ศานตินิเกตัน สถาบันชีวิต
- เวียตนามในความทรงจำนักปั่น
  

 อยากอ่านติดต่อไปที่ โทรศัพท์ 02- 8603527 หรืออีเมล์

Image ร่วมทำบุญเพื่อช่วยเหลือคนชราธิเบตพลัดถิ่นในอินเดีย ที่อาศัยอยู่ในบ้านพักคนชรา อายุตั้งแต่ ๗๐ ปีขึ้นไปได้มีโอกาสเข้าฟังธรรมจากองค์ทะไลลามะและแสวงบุญ ณ เมืองพุทธคยาในบั้นปลายของชีวิต รายละเอียดเพิ่มเติม

สถิติ
ผู้เยี่ยมชม: 3157999
   หน้าแรก arrow สรรสาระ arrow สรรสาระ : ‘เดินเล่น’ตามเส้นทางสายใหม่ : ย้อนรอย จากYa!Basta ถึง Another world is possible