|
วิเคราะห์สังคมไทยเพื่อสังคมทางเลือกในอนาคต จากสายคิดวัฒนธรรมชุมชนและแนวคิดธรรมิกสังคมนิยม ถอดความบางส่วนจากการสัมมนา งานประจำปีอาศรมวงศ์สนิท วันที่ ๑๔ -๑๕ ธันวาคม ๒๕๔๙ ณ อาศรมวงศ์สนิท นครนายก
สุลักษณ์ ศิวรักษ์
“...ทางเลือกของสังคมไทยต้องมาจากชนชั้นรากหญ้า เพราะชนชั้นราก หญ้ามีศาสนากำหนด สิ่งเหล่านี้ชนชั้นนำไม่เคยเข้าใจ แม้นายกจะเป็นคนดี แต่นับถือพุทธแบบภาวนา เพียงเข้าวัด ทำสมาธิ แต่ไม่เข้าใจเนื้อหาสาระของ ศาสนา ซึ่งศาสนิกที่ดีต้องมีศีล เข้าใจศีลที่เนื้อหาสาระ กล้าหาญทางจริยธรรม เห็นความจริงทั้งในสังคมและธรรมชาติ และต้องมีกัลยาณมิตร
สังคมทางเลือกในชนชั้นปกครองจึงไม่มี มีเพียงแต่สังคมทางเลือกในชนชั้นรากหญ้าที่มีการ เปลี่ยนแปลง ขยายวงกว้างเป็นเครือข่าย สิ่งเหล่านี้ชนชั้นปกครองไม่สนใจและคอยแต่เบียดเบียน บีฑารังแกทุกแห่งทุกหน เป็นที่น่ายินดีที่ชนชั้นกลางเริ่มเข้าใจชนชั้นรากหญ้า เข้าใจปัญหาความยากไร้ และได้มาร่วมแสวงหาต้นตอแห่งทุกข์ร่วมกัน ต้นตอแห่งทุกข์คือ โลภ โกรธ หลง มันมากับทุนนิยม บริโภคนิยม และอำนาจนิยม ถ้าจะแก้ต้องใช้วิธีอริยมรรค คือ สันติวิธี ซึ่งรัฐบาลหรือชนชั้นปกครอง ไม่มีใครเคยเข้าใจประเด็นนี้เลย...” ประชา หุตานุวัตร
“...กฎธรรมชาติที่สำคัญที่สุดที่เกี่ยวกับมนุษย์ในบริบทที่เรากำลังพูดถึงนี้ ก็คือกฎอริยสัจ ๔ กล่าวคือต้องลดกิเลสตัณหาลง เพื่อไปให้เหนืออำนาจของ สัญชาตญาณ และพยายายามขจัดให้หมดสิ้นไป เพื่อจะได้ไม่ก่อทุกข์ให้ตนเองและคนอื่น ขณะเดียวกันก็ต้องเจริญมรรคองค์ ๘ เพื่อพอกพูนปัญญาและกรุณา ให้แก่กล้าขึ้น เพื่อความสุขของตนเองและสังคม นี่คือชีวิตที่ดีงามตามแบบของชาวพุทธ และสังคม การเมืองที่ดีงามย่อมต้องเอื้อต่อวิถีชีวิตที่ดีงาม ในทางตรงกันข้ามสังคมการเมืองที่เลว คือสังคมการ เมืองที่พอกพูนส่งเสริมให้คนเกิดความโลภ ความโกรธ ความหลงมากขึ้นเรื่อยๆ และไม่เอื้อให้คนได้ เจริญพรหมวิหารธรรม และปัญญาธรรม หรือไม่เอื้อให้คนได้พบกับความสุขที่ละเอียดอ่อนลงตาม ลำดับนั่นเอง นัยยะของความคิดทางการเมืองตรงนี้ก็คือ จริงอยู่ที่ว่ามนุษย์มีศักยภาพในทางดีงาม จนบรรลุถึง โพธิภาวะได้ แต่ศักยภาพนี้ต้องได้รับการรดน้ำพรวนดินอย่างเอาใจใส่ จึงจะมีโอกาสงอกงามได้ ถ้า สัญชาตญาณไม่ได้รับการดูแลจัดการอย่างถูกต้อง คือปล่อยไปตามเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัญชาตญาณ ที่เป็นใหญ่เป็นประธานก็คือ สัญชาตญาณแห่งการมีตัวกู มีตัวตน มันก็จะกลายเป็นกิเลสประเภทต่างๆ ที่ตั้งอยู่บนฐานของความเห็นแก่ตัว แล้วก็ทำสิ่งที่เป็นภัยแก่ตนและสังคมได้มากมาย ระบบสังคมที่จะสร้างขึ้นให้ชีวิตที่ดีงามตามนัยยะนี้เติบโต ต้องคำนึงถึงประเด็นนี้เป็นประเด็นสำคัญประการแรก คือต้องมีระบบควบคุมกิเลสและส่งเสริมกุศลธรรม...” ชัชวาลย์ ทองดีเลิศ
“...จากเดิมที่ว่าเศรษฐกิจชุมชนใหญ่กว่าทุนนิยม เช่น ระบบเหมืองฝายแบบ ดั้งเดิมในภาคเหนือนับเป็นแปดสิบเปอร์เซ็นต์ แต่เขื่อนขนาดใหญ่มีเพียงยี่สิบ เปอร์เซ็นต์ หรือการศึกษาในระบบเด็กอยู่ในโรงเรียนเพียงแปดชั่วโมง แต่อยู่นอกห้องเรียนหรือโรงเรียนถึงสิบเจ็ดชั่วโมง ดังนั้นในเชิงเปรียบเทียบแบบนี้ เศรษฐกิจชุมชนจึงใหญ่กว่าทุนนิยม กระบวนทัศน์ที่สำคัญในชุมชนหรือจะเรียกว่าอุดมการณ์ คือ การเคารพธรรมชาติ อยู่กันอย่าง เป็นมิตร อยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน นี่เป็นอุดมการณ์ใหญ่ และไม่ล้าสมัย เพราะเมื่อไหร่ที่เราไม่เคารพ อยากเปลี่ยนเป็นทุน ธรรมชาติก็ถูกทำลายและทำลายชีวิตในที่สุด ถ้าเราเปลี่ยนกระบวนทัศน์ได้ โลกเราก็อยู่รอด อีกเรื่องคือเรื่องของการอยู่ร่วมกัน ซึ่งประเด็นนี้ถ้าทำได้ เราจะสามารถต่อสู้กับทุนนิยมได้อย่าง ชัดเจน เพราะทุนนิยมพยายามทำให้เราเป็นปัจเจก ผมเห็นการต่อสู้ที่หนักมาก เพราะชุมชนพยายาม มีการรวมกลุ่มในขณะที่ทุนพยายามแยกให้เป็นปัจเจก ตัวอย่างใน กทม. คือชุมชนประดิษฐ์วรการ ทุกๆ วันสำคัญทางศาสนาจะจัดพิธีกรรมเพื่อรวมคนให้มาอยู่ร่วมกันและเสริมคุณค่าทางจิตวิญญาณและศาสนา และจัดตั้งสำนักงานส่วนรวม เพื่อมาทำกิจกรรมของส่วนรวม ผมมองว่านี่เป็นพลังที่ใหญ่ เป็นการต่อสู้ที่หนักมาก ผมมองว่าสังคมไทยมีการอยู่ร่วมกันแบบคอมมูน แบบส่วนรวม แต่ปัจจุบัน เรากำลังถูกทำลายความเป็นส่วนรวมไม่ว่าจะเป็นป่าส่วนรวม วัดส่วนรวม...”  สนั่น ชูสกุล “...ทางเลือกในการพัฒนาชุมชน * ต้องดำรงรักษาความเป็นชุมชน เป้าหมายต้องไม่ทำลายชุมชน เพราะ เป้าหมายของทุนคือ ต้องทำลายชุมชนทำให้เป็นปัจเจกชนทุนนิยมจึงจะอยู่ได้ มีทิศทางโดยการฟื้นฟูคุณค่าของชุมชนขึ้นมาใหม่ สามารถปรับเปลี่ยนให้รูป แบบสมสมัย แต่รักษาคุณค่าแบบเดิมไว้ คือ ความเป็นกลุ่ม ชุมชน * ส่งเสริมระบบการผลิตเพื่อการพึ่งพาตนเอง คือ กินทุกอย่างที่ปลูก และปลูกทุกอย่างที่กินเหลือ ถึงขาย เพิ่มคุณค่าของสิ่งที่เราผลิต * การสร้างพันธมิตรกับชนชั้นอื่นๆ เช่น ชนชั้นกลาง * การรักษาทรัพยากรธรรมชาติ จากวิกฤติทางทรัพยากรธรรมชาติ จากการรุกรานของรัฐและทุน เพราะเป็นฐานของการพึ่งพาตนเองและระบบการผลิตที่เรามี * การสร้างสังคมทางเลือก ความหมายของการอยู่ร่วมกันของวัฒนธรรมชุมชน ทำให้เป็นรูปธรรม เพื่อการสร้างทางเลือกและไขทางออกเป็นภาพรวมของสังคม โดย ๑)สร้างให้วัฒนธรรมชุมชนเป็น วัฒนธรรมของชาติ (จากการศึกษาของ อาจารย์ฉัตรทิพย์ สรุปแล้วว่าวัฒนธรรมชุมชนมีความยั่งยืน แต่ยังไม่มีรูปธรรมที่ชัดเจนนัก) ๒)ทำให้เป็นเศรษฐกิจสองระบบคือ เศรษฐกิจชุมชนต้องดำรงควบคู่ ไปกับทุนนิยม และ ๓)การกระจายอำนาจในการปกครอง เพื่อสร้างการมีส่วนร่วม...” 
----------------------------------------
นำมาจากสารเพื่อนเสม มกราคม-กุมภาพันธ์ 2550
|
P เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2007-02-27 10:55:17 สรุปมาสั้นจัง ไม่รู้ว่ามีการถอดเทปแบบเต็มๆมั้ยครับ หรือต่อไปมีกิจกรรมแบบนี้ ถ้าอัดไฟล์เสียงมาให้โหลฟังกันได้ก็จะดีมากเลยครับ | มีตัวเต็ม เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2007-02-27 11:39:58 สวัสดีค่ะ บทความตัวเต็มมีคะ นี่เอามาให้ชิมลางก่อนคะ อดทนอีกไม่เกิน 7 วันได้อ่านแน่นอนคะ |
เฉพาะสมาชิกเท่านั้นที่แสดงความคิดเห็นได้ กรุณาเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิก Powered by AkoComment 2.0! |