|
ท้องฟ้าในห้วงเวลาแห่งวันใกล้ครบรอบ ๗๕ ปี ของการอภิวัฒน์ไทย ๒๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๕ ดูหม่นเศร้าไม่สว่างไสวเจิดจ้า ราวกับว่าจะร่วมแสดงอาการโศกาอาดูรไปกับเรื่องราวที่บังเกิดขึ้นบนแผ่นดิน ๑๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ งานวันปรีดี ประจำปี ฝนพรมลงมาเพียงเล็กน้อย บรรยากาศโดยรอบค่อนข้างเปลี่ยวเหงา เนื่องจากผู้ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของการจัดงานทุกปีที่ใครๆ ตั้งใจมากราบไหว้ให้เป็นศิริมงคลกับตนเองป่วย ไม่สามารถเดินทางมาร่วมการจัดงานดังเช่นทุกปีได้
ก่อนหน้านี้หนึ่งวันล่วงหน้า ฉันรับทราบข่าวการเจ็บไข้ของท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ ผ่านทางอาจารย์วาณี พนมยงค์~สายประดิษฐ์ ถึงขั้นต้องเข้ารับการรักษาตัว ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ท่านคงไม่สามารถเดินทางไปร่วมงาน วันปรีดี ได้ ฉันจึงรีบแจ้งให้รองศาสตราจารย์ ดร.อุดม รัฐอมฤต รองอธิการบดีฝ่ายบริหารทั่วไป มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ได้รับทราบ ในวันจัดงานดังกล่าวจึงมีเพียงบุตรธิดามาร่วมงาน แต่อยู่ไม่ทันเสร็จงานก็รีบกลับไปเฝ้าอาการท่าน หลังอาหารกลางวันฉันและเจ้าหน้าที่สถาบันปรีดี พนมยงค์ เดินทางกลับสถาบันโดยไม่ได้เฉลียวใจหรือมีความวิตกกังวลในเรื่องการเจ็บป่วยของท่านแม้แต่น้อย จนกระทั่งเวลาประมาณ ๑๗.๐๐ น. ของวันเดียวกันนั้นเอง ขณะที่นั่งทำงานในห้องสำนักงานสถาบันปรีดี พนมยงค์ อาจารย์ดุษฎี พนมยงค์~บุญทัศนกุล ได้โทรศัพท์มาแจ้งว่า "ท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ อาการอยู่ในขั้นวิกฤตแล้ว" ฉันหันไปบอก นงค์ลักษณ์ เหล่าวอ สมชาย สนตะคุ สายฟ้า ตันธนา เจ้าหน้าที่สถาบัน จากนั้นรีบออกเดินทางไปยังตึกสุกรี~สุภา โพธิรัตนังกูร โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สถานที่ที่ท่านผู้หญิงพูนศุขพำนักรักษาตัว ภายในอาคารตึกสุกรี~สุภา โพธิรัตนังกูร ชั้นสองบริเวณช่องทางเดิน คุณอู~สมพล โสภณสิริ และใครอีกสองคนกำลังนั่งสมาธิภาวนาเพื่อส่งพลังใจให้ท่าน ฉันพบ ดร.วิษณุ วรัญญู และนายแพทย์ท่านหนึ่ง ซึ่งรู้จักกับท่านเป็นการส่วนตัวมาเฝ้าอาการและยังมีหลานๆ ที่เป็นแพทย์มาเฝ้าอาการอย่างใกล้ชิด ส่วนอาจารย์ดุษฎี อาจารย์วาณี ผลัดกันเดินเข้าออกห้องซี ซี ยู. ห้องที่แพทย์นำท่านผู้หญิงพูนศุขมาพักรักษา คุณชาญ บุญทัศนกุล ป๋อง~ดนย บุญทัศนกุล พร้อมด้วยผู้มาให้กำลังใจอีกหลายคน เฝ้าอยู่บริเวณช่องทางเดิน ทุกคนมีความหวังว่าท่านจะฝ่าพ้นวิกฤตไปได้ ในจำนวนนั้นรวมทั้งคุณศุขปรีดา~พี่น้อย พนมยงค์ ดร.รุธิร์ พนมยงค์ คุณป็อม คุณญาดา พนมยงค์ พร้อมญาติสนิท ครั้นเมื่ออาจารย์สุดา พนมยงค์ ซึ่งกลับไปบ้านในซอยสวนพลู เดินทางมาถึง อาจารย์ดุษฎี อาจารย์วาณี ได้ขอหารือเฉพาะลูกๆ เป็นการด่วน แพทย์ได้ขอให้ลูกๆ ลงนามอนุญาตเพื่อทำการฟอกไต ท่านผู้หญิงพูนศุขป่วยด้วยโรคหัวใจแบบเฉียบพลัน เส้นเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงหัวใจไม่ทำงานสามเส้น แพทย์ได้ตัดสินใจทำบัลลูนที่ตึกส.ก.ชั้น ๘ ตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ ๙ พฤษภาคม ด้วยท่านสูงวัย อาการแทรกซ้อนประดังมา ปอดชื้น เลือดในกระเพาะอาหารออก เนื่องด้วยยาขยายเส้นเลือดและตามด้วยไตวาย ความดันต่ำลงๆ จากนั้นผลที่ตามมาท่านมีอาการไตวายจำเป็นต้องทำการฟอกไต หลังจากลูกๆได้ลงนามเซ็นอนุญาตให้ทำการฟอกไตแล้ว อาจารย์วาณีได้เข้าไปสัมผัสตัวท่านผู้หญิงพูนศุข ที่นอนสงบนิ่งบนเตียงพยาบาล โดยมีเครื่องช่วยหายใจสวมอยู่ พูดเบาๆ กับท่านว่า "คุณแม่สู้นะคะ" อยู่สองสามครั้งติดต่อกัน แพทย์ได้ทำการฟอกไตให้ท่าน เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่มีผู้มาเยี่ยมท่านเพิ่มขึ้น เช่น ดร.จริยวัฒน์~คุณกรองแก้ว สันตะบุตร ดร.ฐาปนันท์ นิพิฏฐกุล ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ฯลฯ หลังแพทย์ทำการฟอกไตเสร็จได้ตรวจดูอาการ ปรากฏว่าอาการของท่านไม่ดีขึ้น ความดันโลหิตอยู่ในเกณฑ์อันตราย คุณสันติสุข โสภณสิริ ได้พยายามโทรศัพท์ติดต่อประสานงาน นายแพทย์เกษม วัฒนชัย ซึ่งเป็นอาจารย์แพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านหัวใจ ให้ได้สนทนากับแพทย์เจ้าของไข้เพื่อหาทางช่วยชีวิตท่าน แพทย์ได้ตัดสินใจทำการฟอกไตอีกครั้งโดยเปิดเครื่องให้เบาที่สุด แต่ความดันโลหิตของท่านบ่งชี้ถึงสถานการณ์อันเลวร้าย ในที่สุดแพทย์ต้องยุติการฟอกไต รอดูอาการจนกว่าความดันโลหิตจะดีขึ้น จึงจะเริ่มลงมือทำการฟอกไตใหม่ได้ บรรยากาศตรึงเครียดขึ้นเป็นลำดับ หลายคนเดินเข้าออกห้องซี ซี ยู. คุณรสนา โตสิตระกูล เดินทางมาถึงก่อนรองศาสตราจารย์ ดร.โคทม อารียาเพียงเล็กน้อย แพทย์เจ้าของไข้แจ้งว่าสถานการณ์ไม่ดีขึ้นอาการของท่านทรุดลงเป็นลำดับ อาจารย์สุดา อาจารย์ดุษฎี อาจารย์วาณี หลานชัยวัฒน์ (อ้าย) ลูกชายคนโตของคุณปาล พี่เลี้ยงท่านและผู้ไปเยี่ยมบางคนรายล้อมอยู่โดยรอบเตียงท่าน อีกส่วนหนึ่งเฝ้าดูเครื่องวัดความดัน เครื่องวัดการทำงานของหัวใจ... หลายคนตั้งจิตอธิฐานขอให้เกิดปาฏิหาริย์... แต่แล้ว....อนิจจา...พยาบาลได้เข้ามาถามว่ามีใครนำเทปหรือซีดีธรรมะมาด้วยหรือไม่ เมื่อไม่มีใครนำมาด้วย พยาบาลได้นำซีดีธรรมะที่มีอยู่ มาเริ่มเปิดผ่านเครื่องเล่นขนาดกระเป๋าหิ้วที่ตั้งบนโต๊ะข้างเตียงท่าน ลูกๆและพี่เลี้ยงบรรจงบีบนวดเฟ้นบริเวณเท้าและขาของท่าน แล้วนำพระเลี่ยมห้อยคอพร้อมสายสร้อยมาวางให้ท่าน ขณะที่เครื่องวัดความดันได้แสดงให้เห็นว่า ความดันโลหิตของท่านอยู่ในขั้นวิกฤตถึงที่สุดแล้ว ทุกคนใจระทึกไม่อยากให้วาระสุดท้ายมาถึง หลายคนภาวนาช่วยกัน รำลึกถึงคุณพระรัตนตรัย..... เวลา ๐๒.๐๐ น.เสียงร่ำไห้ดังระงมไปทั่ว ห้องซี ซี ยู. ท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ ได้ละสังขารจากพวกเราไปอย่างสงบ ความโศกรันทดปกคลุมทั่วอาณาบริเวณ เมื่อตั้งสติได้ทุกคนที่ไปเฝ้าท่านทยอยเข้าไปกราบท่านซึ่งนอนสงบนิ่งอยู่บนเตียงทุกคนน้ำตาเอ่อล้นด้วยความอาลัย อาวรณ์อย่างถึงที่สุด ถึงจะโศกเศร้าเพียงใดแต่ลูกๆของท่านได้ทำหน้าที่ดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดทุกขั้นตอน... ลูกๆของท่าน ดร.จิรยวัฒน์ คุณสันติสุข ดร.ปริญญา ฉันและผู้มาเฝ้าท่านอีกสองสามคน ช่วยกันร่างคำแถลงต่อสาธารณะและสื่อมวลชนในเรื่องการจากไปของท่าน โดยยืนยันจะปฏิบัติตามข้อเขียนคำสั่งถึงลูก ของท่านอย่างเคร่งครัด พยาบาลได้ทำการเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ท่าน ก่อนจะเคลื่อนย้ายท่านไปยังตึก ส.ก. ชั้น ๒๐ เพื่อเตรียมให้ญาติมิตรและผู้ศรัทธาได้กราบลาท่านเป็นครั้งสุดท้ายอย่างใกล้ชิด ก่อนที่จะส่งมอบร่างท่านให้โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เพื่อใช้เป็นอาจารย์ใหญ่ตามเจตนารมย์ของท่าน ในเวลา ๐๙.๐๐ น. ของวันที่ ๑๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ ต่อไป ฉันก้มลงกราบท่านอีกครั้ง ก่อนมุ่งตรงกลับสถาบันปรีดี พนมยงค์ เพื่อทำหน้าที่ แจ้งข่าวการจากไปของท่านตามแถลงการณ์ที่ได้ร่างร่วมกันให้สื่อมวลชนและผู้เคารพรักศรัทธาในตัวท่านได้รับทราบอย่างทั่วถึง ความวิเวกวังเวงอาลัย อาวรณ์ เกาะกุมความรู้สึกภายใน นาทีแล้ว นาทีเล่า ผ่านไปเนิ่นนานจึงได้พานพบความสงบนิ่งใสเย็น... เมื่อท่านละสังขารไปตามกฎธรรมชาติ ความตรอมตรมโศกเศร้าย่อมปกคลุมไปทั่วทุกอณูแห่งจิตใจเป็นธรรมดา สำหรับฉันการที่ได้เกิดมาชาติหนึ่ง ได้มีโอกาสทำงานรับใช้ท่าน ภายใต้อุดมการณ์ปรีดี~พูนศุข พนมยงค์ ย่อมเป็นมงคลสูงสุดของชีวิต ไปตราบนิรันดร์ เฉพาะสมาชิกเท่านั้นที่แสดงความคิดเห็นได้ กรุณาเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิก Powered by AkoComment 2.0! |