|
อบรมการแปล เมื่อวันที่ ๕- ๗ พฤษภาคม ๒๕๕๐ ณ บ้านร้องวัวแดง สันกำแพง เชียงใหม่ งานเขียนนี้ โดย มล ที่มา ปัจจุบันทำงานที่เกี่ยวข้องกับการแปล คือ ได้อ่านต้นฉบับงานแปลของสำนักพิมพ์เสมสิกขาลัยพอพี่อ้วน (กิตติชัย งามชัยพิสิษฐ์)โทรมาบอกว่า ได้ติดต่อกับพี่เป็ดเรื่องจัดอบรมนักแปลและพี่เป็ดตอบตกลงแล้ว สนใจเข้าร่วมด้วยหรือไม่ ก็ตอบกลับไปทันทีว่าสนใจ เพราะคิดมานานแล้วว่าอยากจะเรียนรู้เรื่องภาษาไม่ว่าจะเป็นในด้านการเขียนหรือการแปล และจะเป็นประโยชน์กับงานที่ทำอย่างมาก
 ที่ผ่านมาได้อ่านงานแปลหลายเล่มแล้วประทับใจ รู้สึกชมชอบผู้เขียนที่ได้บอกเล่าความรู้และความสนุกออกมาเป็นตัวหนังสือให้เราได้อ่าน และขอบคุณผู้แปลที่ถ่ายทอดความรู้และความสนุกเหล่านั้นออกมาเป็นภาษาที่เราอ่านได้ พอสองเรื่องนี้และคงมีอีกหลายๆ เรื่องมาประกอบกันมันจึงเป็นแรงผลักดันให้เราอยากรู้ว่าหนังสือแปลดีๆ ก่อนจะมาถึงมือให้เราอ่านมันใช้เวลานานขนาดไหน อยากรู้ว่านักแปล (ต้อง) ทำงานกันอย่างไร อยากรู้ว่ามีอุปสรรคบ้างหรือไม่ อยากรู้ว่าการแปลให้ดี (ควร) ต้องทำอะไร... เหล่านี้เป็นความคาดหวังที่สามารถคิดและลำดับออกมา แต่ลึกๆ แล้วยังมีอีกสิ่งที่ซ่อนอยู่คือ อยากรู้ว่าอย่างเรานี่เหมาะที่จะทำงานแปลหรือสามารถอ่านต้นฉบับงานแปลบ้างหรือไม่ อบรมการแปล โดย พี่เป็ด (พิภพ อุดมอิทธิพงศ์) และพี่ภัค (ภัควดี วีระภาสพงษ์) เรื่องพื้นฐานในการแปล ในการแปลสิ่งที่คำนึงหลักๆ คือ ๑) ความหมาย (Meaning) เป็นสิ่งที่สำคัญมาก และเป็นเรื่องของการตีความ ดังนั้นในการแปลงานเราต้องเข้าใจโลกทัศน์ของผู้เขียน และเมื่อแปลไม่ได้ ไม่ต้องเดา เราต้องค้นคว้า ๒) รูปแบบ (Form) งานที่แปลยากก็คือ กวีและเรื่องขำขัน เพราะจะมีเรื่องความหมาย กับรูปแบบก็คือฉันทลักษณ์ที่ต้องทำให้ได้คู่กัน นอกจากนี้รูปแบบของภาษาแต่ละภาษาก็จะแตกต่างกันต้องเลือกใช้ให้เหมาะสาม เช่น ในงานเขียนของฝรั่งจะให้ความสำคัญกับเรื่องเวลา ก็จะเขียนเวลาขึ้นต้นก่อน หรือการกล่าวถึงตำแหน่งก่อนชื่อบุคคล และ ๓) น้ำเสียง (Tone) ความยากของภาษาอังกฤษเมื่อแปลมาเป็นภาษาไทยคือ ภาษาอังกฤษมีความเป็นนามธรรมสูงส่วนภาษาไทยมีความเป็นรูปธรรมสูง เช่น - - Nation คือ ชาติ มาเป็น Nationalize คือ การทำให้เป็นของชาติ
- - Private คือ เอกชน พอมาเป็น Privatize คือ การทำให้เป็นของเอกชน
การเลือกใช้คำควรเลือกใช้คำร่วมสมัย (คนส่วนใหญ่อ่านแล้วเข้าใจ) มากกว่าคำดั้งเดิม (คนเข้าใจน้อย) นอกจากนี้มีจุดที่น่าสนใจคือ นักแปลไทยมักจะผิดในคำง่ายๆ 
เทคนิคการแปล - - อ่านทั้งหมดก่อนแปล เพื่อดูภาพรวมของงานและตีความคำ
- - การแปล ผู้แปลต้องคิดไปด้วย ต้องมีการทำความเข้าใจ และใช้ Common Sense
- - นอกจากนี้การแปล ผู้แปลต้องรู้ที่มาหรือเบื้องหลังของคำ เช่น Naturalism คำนี้ไม่ได้แปลว่า ธรรมชาตินิยม แต่ Romanticism คำนี้มากกว่าที่มักจะเป็นพวกนิยมในธรรมชาติ
- - ใช้พจนานุกรมหลายๆ เล่ม เทียบกัน และพื่อหาคำศัพท์ที่จะใช้
- - พจนานุกรมที่เลือกใช้ แบบ Eng-Eng เลือกใช้ Oxford แบบ Eng-American เลือกใช้ Webster และ Eng-Thai เลือกใช้ ส. เสธบุตร นอกจากนี้ต้องมีพจนานุกรมสำหรับศัพท์เฉพาะทางด้วย
- - หากพบจุดที่สะดุด จะต้องคิดซ้ำ ทบทวน ดู Context
- - หาผู้อ่านที่ไม่รู้ภาษาอังกฤษและไม่รู้เกี่ยวกับงานแปลนั้น เพื่อตรวจภาษาและความเข้าใจ
- - แปลเสร็จให้พักงานไว้ให้ลืมต้นฉบับที่แปล แล้วกลับมาอ่านใหม่อีกรอบ
หลักในการแปล การแปลเป็นเรื่องของภาษากับวัฒนธรรม หากจะเข้าใจภาษาเราต้องเข้าใจวัฒนธรรม ดังนั้น ถ้าวัฒนธรรมต่างกันมากการถ่ายทอดทางภาษาก็จะทำได้ยาก แต่ถ้าวัฒนธรรมใกล้กันการถ่ายทอดก็จะทำได้ง่าย เช่น ความคล้ายกันของอังกฤษและสเปน - - หลัการแปล ๕ ข้อ
- ๑. ต้องรู้เนื้อหาและเจตนาของผู้เขียน
- ๒. มีความรู้ในภาษาต้นทางดี และมีความรู้ในภาษาที่ถ่ายทอดดีเยี่ยม
- ๓. เลี่ยงการแปลแบบคำต่อคำ
- ๔. ใช้รูปแบบการเขียนที่ใช้กันทั่วไป
- ๕. เลือกใช้น้ำเสียงที่เหมาะสม
- - ไม่ควรแปลแบบขยายความ (Elaborate) ควรจะถ่ายทอดความหมายออกมาให้ตรงที่สุด
- - ไม่ควรแปลแบบคำต่อคำ (Word by Word) เพราะการแปลต้องให้ความหมายตรงในวัฒนธรรมใหม่
- - จะต้องถอดความต้นฉบับให้ได้มากที่สุด ดังนั้นจะต้องมีความรู้ในการถ่ายทอดที่ดี
- - การยอมรับความคลาดเคลื่อน (Degree of Approximation) ต้องดูว่ามากน้อยเพียงใดเพราะในบางครั้งการแปลคำต่อคำไม่สามารถทำได้
- - การให้ความสำคัญกับเรื่องเวลา และการซ้ำคำ การใช้คำผสมที่ทางตะวันตกมักจะไม่ค่อยใช้กัน
- - การเลือกใช้คำที่สื่อความแตกต่างทางสถานะหรือเพศ เพราะวัฒนธรรมแต่ละที่ไม่เหมือนกัน
- - ความสม่ำเสมอในการใช้คำ ในต้นเรื่องและท้ายเรื่องควรใช้คำๆ เดียวกัน (ยกเว้นกรณีที่ผู้เขียนตั้งใจใช้ต่างออกไป)
- - ให้ความสำคัญกับความกระชับของภาษา
- - การทับศัพท์ เรื่องนี้ไม่มีการกำหนดแน่นอนตายตัว อยู่ที่ความเข้าใจของผู้อ่าน
- - ชื่อคนและชื่อสถานที่ หากไม่มั่นใจให้ใส่คำโรมันกำกับ
- - ควรระบุชื่อลักษณะของสถานที่ให้ชัดเจนในการแปลเพื่อความเข้าใจของผู้อ่าน เพราะต้นฉบับภาษาอังกฤษมักจะระบุเพียงชื่อของสถานที่
- - ควรอ้างแหล่งที่มาของงานแปล
- - ควรให้ความสำคัญกับขนาดตัวอักษรและตัวอักษร เพื่อช่วยการอ่าน

การฝึกฝนทักษะการแปล - - อ่านหนังสือที่แปลจากภาษาไทยเป็นอังกฤษ เช่น สี่แผ่นดิน ปริศนา
- - อ่านพระคำภีร์เพื่อทำความเข้าใจที่มาที่ไป และในงานเขียนด้านศาสนาจะมีการอ้างถึงเสมอ
- - เลือกแปลจากเรื่องที่ผู้เขียนใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ ๒
- - เลือกแปลจากเรื่องอัตชีวประวัติ
- - เลือกระดับงานแปลที่เหมาะสมกับเรา (ยกเว้นเวลาที่เราต้องการพัฒนาการแปล จะต้องเตรียมความพร้อมเพื่อทำงานยาก)
ฝึกแปล (๑)
"I am the escaped one" I am the escaped one, After I was born They locked me up inside me But I left. My soul seeks me, Through hills and valley, I hope my soul Never finds me. -Fernando Pessoa "ฉันคือผู้หลบซ่อน" ฉันคือผู้หลบซ่อน เมื่อตอนที่ฉันกำเนิด เขาใส่กุญแจขังฉันไว้ภายใน ทว่าฉันรอดมาได้ วิญญาณฉันเฝ้าค้นหา ทั่วทุกเนินและหุบเขา ฉันได้แต่หวังให้ดวงจิตนั้น ค้นหาฉันไม่พบ เฟอนานโด เปซซัว
ฝึกแปล (๒) Each of the Iraqi children killed by the United States was our child. Each of the prisoners tortured in Abu Ghraib was our comrade. Each of their screams was ours. When they were humiliated, we were humiliated. The U.S. soldiers fighting in Iraq - mostly volunteers in a poverty draft from small towns and poor urban neighborhoods - are victims just as much as the Iraqis of the same horrendous process, which asks them to die for a victory that will never be theirs: Arundhati Roy เด็กๆ ชาวอีรักที่ถูกสหรัฐเข่นฆ่านั้นคือเด็กของพวกเรา นักโทษก่อการร้ายในอบูกาฮิบนั้นคือสหายของพวกเรา เสียงร้องของพวกเขาก็คือเสียงร้องของพวกเรา เมื่อพวกเขาเสียเกียรติ พวกเราก็เสียเกียรติ เหล่าทหารสหรัฐ บรรดาอาสาสมัครจากเมืองเล็กๆ และชนบทข้างเคียงที่ยากจนที่กำลังสู้รบในอีรัก ก็คือเหยื่อเฉกเช่นเดียวกับชาวอีกรัก เพราะตกอยู่ในขบวนการอันโหดร้าย ที่เรียกร้องให้พวกเขาตายเพื่อชัยชนะที่ไม่เคยมี: อรุณธตี รอย ข้อชี้แนะและปรับปรุง เด็กๆ ชาวอีรักที่ถูกสหรัฐเข่นฆ่านั้นคือเด็กลูกหลานของพวกเรา นักโทษก่อการร้ายถูกทรมานในคุกอบูกาฮิบนั้นคือสหายของพวกเรา เสียงร้องของพวกเขาก็คือเสียงร้องของพวกเรา เมื่อพวกเขาเสียเกียรติถูกดูหมิ่น พวกเราก็เสียเกียรติถูกดูหมิ่น เหล่าทหารสหรัฐ บรรดาอาสาสมัครที่เกณฑ์จากเมืองเล็กๆ และชนบทเมืองข้างเคียงที่ยากจนที่กำลังสู้รบในอีรัก ก็คือเหยื่อเฉกเช่นเดียวกับชาวอีกรัก เพราะตกอยู่ในขบวนการอันโหดร้าย ที่เรียกร้องให้พวกเขาตายเพื่อชัยชนะที่ไม่เคยมีใช่ของพวกเขา: อรุณธตี รอย 
ฝึกแปล(๓) If... the machine of government... is of such a nature that it requires you to be the agent of injustice to another, then, I say, break the law: Henry David Thoreau, On the Duty of Civil Disobediance, 1849 หาก... กลไกแห่งรัฐ... คือกฎธรรมชาติที่เรียกร้องให้คุณเป็นตัวแทนแห่งความอยุติธรรมแก่ผู้อื่น ดังนั้น ผมว่า ต้องทำลายกฎ เฮ็นรี่ เดวิด ธอโร, สิทธิแห่งการดื้อแพ่ง, 1894 ข้อชี้แนะและปรับปรุง หาก... กลไกแห่งรัฐ... คือกฎธรรมชาติมีลักษณะที่เรียกร้องบังคับให้คุณเป็นตัวแทนแห่งผู้กระทำความอยุติธรรมแก่ผู้อื่น ดังนั้น ผมว่า ต้องทำลายละเมิดกฎ เฮ็นรี่ เดวิด ธอโร, ว่าด้วยสิทธิแห่งการดื้อแพ่ง, 1894 ข้อสงสัยและคำตอบเกี่ยวกับงานแปล หน้าที่ของบรรณาธิการงานแปล - - หน้าที่หลักๆ คือ ๑) ตัดส่วนที่ฟุ่มเฟือย ให้อ่านรื่น ๒) ดูความถูกต้อง ๓) เพิ่มเติม เป็นอันดับสุดท้าย และต้องซักถามเพื่อความแน่ใจก่อนแก้ไข
หากพบข้อผิดพลาดในงานเขียน (ผู้เขียนๆ ผิด) ควรทำอย่างไร - - ไม่ควรตั้งไว้ก่อนว่าผู้เขียนๆ ผิด อาจจะเกิดจากที่ผู้แปลไม่เข้าใจเจตนาที่แท้จริงของผู้เขียน และหากเป็นไปได้ควรติดต่อสอบถามจากนักเขียนโดยตรง และค้นคว้ามากขึ้น
การเลือกใช้ศัพท์ไทย - บาลี ในงานแปล - - ควรดูที่กลุ่มผู้อ่าน นอกจากนี้การเลือกใช้คำต้องดูที่เจตนาของผู้เขียนเป็นหลัก
สิ่งที่ได้จากการอบรม ทั้งหมดที่บันทึกมาข้างต้นนี้ คือสิ่งที่ได้รับจากการอบรม (ความจริงต้องมากกว่านี้แต่ไม่สามารถเก็บมาได้ทั้งหมด) เรียกได้ว่ามากมายก่ายกอง แล้วก็ยากมากที่จะไปหาอ่านจากหนังสือเล่มไหนๆ จึงอยากจะบอกอีกครั้งว่า พี่เป็ดคะ พี่ภัคคะ ขอบคุณมากค่ะ :) และหากมีข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ค่ะ |
ขอบคุณมากมาย.. เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2007-07-19 20:25:38 มีประโยชน์ และน่าประทับใจมากค่ะ | เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2007-07-24 21:03:15 ขอบคุณที่บอกเล่าค่ะ อยากให้เปิดอบรมอีก...
|
เฉพาะสมาชิกเท่านั้นที่แสดงความคิดเห็นได้ กรุณาเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิก Powered by AkoComment 2.0! |