+ + + + + ยินดีต้อนรับสู่ www.semsikkha.org + + + + + + + + + + ยินดีต้อนรับสู่ www.semsikkha.org + + + + +
ปฏิทินกิจกรรม
พฤศจิกายน 2008 ธันวาคม 2008
สัปดาห์ที่ 44 1
สัปดาห์ที่ 45 2 3 4 5 6 7 8
สัปดาห์ที่ 46 9 10 11 12 13 14 15
สัปดาห์ที่ 47 16 17 18 19 20 21 22
สัปดาห์ที่ 48 23 24 25 26 27 28 29
สัปดาห์ที่ 49 30
Login Form
ชื่อผู้ใช้

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อกอิน
ลืมรหัสผ่าน?
ยังไม่ได้ลงทะเบียน? ลงทะเบียนใหม่
เครือข่ายของเรา
Baandin.org
Sulak-sivaraksa.org
suan-spirit.com
siambaandin
semsikkhalai
สำนักพิมพ์เสมสิกขาลัย
สถาบันต้นกล้า
เสขิยธรรม
มันตรานิวาส
ป๋วยเสวนาคาร
ตัวกูของกู มิวสิค
wechange555.com
INEB
เคล็ดไทย

สนใจแลกลิงค์




สรรสาระ : สู่ประชาธิปไตยที่เป็นอิสระจาก คมช. PDF พิมพ์ ส่งเมล
เขียนโดย ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์   
ใน ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา สังคมไทยได้เผชิญสถานการณ์ทางการเมืองที่อาจจะส่งผลสะเทือนไปสู่อนาคตมาก ที่สุด ในด้านหนึ่ง ก็เกิดการชุมนุมของประชาชนผู้ต่อต้านการรัฐประหารจำนวนมาก ในอีกด้านหนึ่ง ฝ่ายอำนาจรัฐและผู้ก่อการรัฐประหารก็แสดงท่าทีพร้อมจะตอบโต้ด้วยกำลังตำรวจ ทหาร มิหนำซ้ำ ผู้สนับสนุนรัฐประหารก็ยังมีการจัดตั้งกองกำลังและสร้างกระแสข่าวในลักษณะ ที่ยั่วยุให้เกิดความรุนแรงมากขึ้นไปอีก  


ล่าสุด แม้กระทั่งหัวหน้าคณะรัฐประหารก็ให้สัมภาษณ์ว่าไม่สามารถรับรองความปลอดภัยของอดีตนายกรัฐมนตรีได้  ทั้งที่มีอำนาจสูงสุดทางการเมือง การทหาร และคุมกลไกรัฐต่างๆ ได้อย่างสมบูรณ์

ไม่ ว่าการชุมนุมต้านรัฐประหารนี้จะมีผลอย่างไร สถานการณ์การเมืองไทยก็ไม่มีวันกลับไปสู่จุดที่คณะรัฐประหารควบคุมทุกอย่าง ได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดต่อไปอีกแล้ว การชุมนุมเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิเสธอำนาจรัฐประหารโดยวิธีอื่นๆ ที่จะตามมาในอนาคต เช่น การคว่ำรัฐธรรมนูญ การบอยคอตการเลือกตั้งเหมือนอย่างที่เกิดในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว การวิจารณ์ประธานองคมนตรี หรือแม้กระทั่งการใช้สภาผู้แทนราษฎรเป็นฐานของการตอบโต้โดยวิธีหนึ่งวิธีใด ในอนาคต

การรัฐประหารเป็นเรื่องดีหรือไม่ เป็นเรื่องที่คงเถียงกันไปได้อีกมาก และประชาชนไทยสมควรจะต่อต้านรัฐประหารหรือไม่  ก็คงเห็นต่างกันไปได้อีกมากเช่นเดียวกัน แต่เรื่องที่ทุกฝ่ายควรจะเห็นเหมือนกัน ก็คือ สิทธิในการชุมนุมและเดินขบวน,  สิทธิในการแสดงออกว่าไม่เห็นด้วยกับผู้มีอำนาจ เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนทุกคน

ไม่ว่าจะคิดว่านายกรัฐมนตรีคนที่แล้วเป็นคนดีหรือไม่  ไม่ ว่าจะคิดว่าระหว่าง ทักษิณ กับ คมช. ใครแย่กว่ากัน และไม่ว่าจะเห็นว่าระหว่างทักษิณ กับระบอบรัฐประหาร อะไรเป็นภัยกับประชาธิปไตยและสังคมไทยในอนาคตมากที่สุด ทุกคนก็มีสิทธิพูด เขียน แสดงความเห็น และรวมตัวทางการเมืองเพื่อยืนยันความคิดความเชื่อของตัวเองข้อนี้อย่างเท่า เทียมกัน

ในอดีต ประชาชนใช้สิทธิเสรีภาพเหล่านี้จนเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองไปสู่การมีรัฐธรรมนูญเป็นแม่บทของประเทศในเดือนมิถุนายน 2475, ขับไล่ทรราชทหารเมื่อ 14 ตุลาคม, ต่อต้านนายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งในปี 2531, ต้าน เผด็จการทหารในปี 2535 หรือแม้กระทั่งการขับไล่นายกที่มาจากการเลือกตั้งแต่มีพฤติกรมอำนาจนิยมในปี 2549 ซึ่งแม้จะมีเรื่องให้โต้เถียงได้มาก ก็ถือว่าเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพในขอบเขตนี้ได้เช่นเดียวกัน

ปฏิเสธไม่ได้ว่า การยอมรับสิทธิเสรีภาพของประชาชนแบบนี้ถือเป็นวัฒนธรรมสำคัญอย่างหนึ่งของสังคมไทย  

ปฏิกิริยา ของรัฐบาลและคณะรัฐประหารต่อการชุมนุมครั้งนี้เป็นเรื่องน่าละอาย เพราะในด้านหนึ่ง รัฐบาลพยายามแสดงให้ประชาคมโลกเห็นว่ายอมรับคนไทยมีสิทธิเสรีภาพในการชุมนุม แต่ในอีกด้าน รัฐบาลกลับอนุญาตให้คณะรัฐประหารขัดขวางการชุมนุมด้วยวิธีสกปรกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการส่งทหารไปสอดแนมการรวมตัวของชาวบ้านในพื้นที่, ใช้กำลังตำรวจสกัดกั้นการเดินทาง, ปิดถนนบริเวณที่ชุมนุมทั้งหมด, ข่ม ขู่ประชาชนในลักษณะต่างๆ ตั้งแต่การประกาศว่าจะไม่อนุญาตให้ประกอบอาชีพโดยสุจริตอีกต่อไป ขู่ฆ่าล้างโคตร หรือโยกย้ายกำลังทหารเข้ากรุงเทพมากเกินปกติ ขณะที่การชุมนุมสนับสนุนรัฐประหารกลับไม่ถูกขัดขวางแม้แต่นิดเดียว

การเมืองแบบตีสองหน้าอย่างนี้มีความหมายเป็นอื่นไปไม่ได้ นอกจากคนที่ไม่ใช่ฝ่ายรัฐ ย่อมไม่มีสิทธิเสรีภาพในการชุมนุม

อัน ที่จริง คณะรัฐประหารไม่ได้ขัดขวางการชุมนุมโดยวิธีข่มขู่และประทุษร้ายเพียงอย่าง เดียว แต่ยังใช้วิธีทางการเมืองที่เลวร้ายกว่านั้นอีกมาก นั่นก็คือใช้ยุทธการข่าวสารไปทำลายความน่าเชื่อถือของผู้ชุมนุมด้วยวิธี ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยข่าวว่าจะมีการก่อวินาศกรรม ผู้ชุมนุมมีแผนก่อการร้าย มีกองทัพมดป่วนเมือง เผาตัวตายสร้างสถานการณ์ ฯลฯ ซึ่งในที่สุดแล้วก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้นแม้แต่นิดเดียว

รัฐบาล, คณะ รัฐประหาร และเครือข่ายผู้สนับสนุนรัฐประหาร มีบทบาทด้านการข่าวคล้ายคลึงกัน จึงมีการให้ข่าวทำนองนี้โดยบุคคลต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ต่อให้ข่าวทั้งหมดจะไม่มีแหล่งข่าว และไม่ปรากฎอะไรตามข่าวที่พวกเขาปล่อยออกมาเลยก็ตามที

การทำงานการเมืองแบบนี้เป็นตัวอย่างของสิ่งที่เรียกว่า "ระบอบรัฐประหาร" นั่นก็คือระบอบซึ่งรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งกลับมีอำนาจบริหารกิจการของประเทศ, มีการตั้งองค์กรเฉพาะกิจเพื่อออกกฎหมายและวินิจฉัยข้อขัดแย้งทางการเมือง, มี กองทัพใช้กำลังและความรุนแรงในนามของการรักษาความสงบเรียบร้อย รวมทั้งมีบางส่วนของปัญญาชน-สื่อมวลชน-ภาคเอกชน กำหนดวาระการเมืองโดยวิธีให้ความเห็นและข่าวสารไปในทิศทางบางอย่าง โดยองค์ประกอบทั้งหมดนี้เป็นอิสระจากกัน แต่มุ่งจรรโลงความมั่นคงของผู้รัฐประหารเหมือนกัน

ถึง ที่สุดแล้ว ระบอบรัฐประหารคือระบอบที่ผู้กุมอำนาจรัฐสามารถล้มล้างหรือล่วงละเมิดสิทธิ เสรีภาพของประชาชนได้โดยเสรี การเมืองในระบอบรัฐประหารจึงเป็นการเมืองที่ผู้ กุมอำนาจทางทหารอยู่เหนือศาล ระบบการเมือง และสถาบันทางกฎหมายทั้งหมด ส่วนอำนาจในระบอบรัฐประหารก็เป็นอำนาจตามอำเภอใจ เลือกปฏิบัติอย่างไรก็ได้ และไม่มีบรรทัดฐานทางการที่บังคับใช้กับคนทุกฝ่ายอย่างเสมอภาคกัน

ระบอบ รัฐประหารโจมตีว่าการชุมนุมเป็นแผนผลักดันให้ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี ทั้งที่ประชาชนหลายฝ่ายมาร่วมชุมนุมเพราะไม่เห็นด้วยกับรัฐประหารและการ ละเมิดหลักการปกครองโดยกฎหมาย คำโจมตีนี้จึงเป็นการให้ข้อมูลเท็จเพื่อให้คนในสังคมมองไม่เห็นว่าได้เกิด การรวมตัวต้านการรัฐประหารขึ้นมาแล้ว ซ้ำยังเป็นการปลุกระดมให้คนที่ต่อต้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ออกมาโจมตีผู้ชุมนุมกลุ่มนี้ 

พูดอีกอย่างคือเป็นการใช้ประโยชน์จากรอยร้าวของคนในชาติไปเพื่ออำนาจของฝ่ายรัฐประหารเอง

จริง อยู่ว่าผู้ชุมนุมบางส่วนสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ แต่ความสนับสนุนนี้ก็ไม่ได้เป็นเงื่อนไขให้คณะรัฐประหารมีความชอบธรรมที่จะ ขัดขวางการชุมนุมของประชาชน เพราะไม่มีหลักกฎหมายหรือหลักการเมืองชนิดใดที่ห้ามการรวมตัวแบบนี้  ผู้ สนับสนุนทักษิณจึงมีสิทธิชุมนุมได้เหมือนผู้สนับสนุนสนธิ ผู้สนับสนุนสะพรั่ง หรือผู้สนับสนุนอดีตนายกรัฐมนตรีคนอื่นในอดีต เหตุผลง่ายๆ คือการชุมนุมแบบนี้เป็นแค่การชุมนุมเพื่อแสดงความนิยมชมชอบทางการเมือง

ปฏิกิริยา ของคณะรัฐประหารต่อการชุมนุมต้านรัฐประหารแบบนี้เป็นสัญญาณอันตรายต่อ การเมืองไทยในอนาคต เพราะแสดงให้เห็นว่าผู้มีอำนาจในระบอบรัฐประหารล้มเหลวที่จะแยกแยะระหว่าง ปัญหาทางการเมืองของระบอบรัฐประหาร กับ ปัญหาของบ้านเมือง ทำให้มีแนวโน้มที่พวกเขาจะเห็นว่าการวิพากษ์วิจารณ์คณะรัฐประหารเป็นการก่อ กวนความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองไปด้วย ทั้งที่สองเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกัน เพราะบ้านเมืองสำคัญกว่าความอยู่รอดทางการเมืองของคณะทหารเพียงกลุ่มเดียว

ความ เข้าใจข้อนี้อันตราย เพราะบ้านเมืองในระบอบรัฐประหารคือบ้านเมืองที่ชะตากรรมของส่วนรวมขึ้นอยู่ กับทัศนะวิสัยของผู้นำกองทัพ ซึ่งภายใต้ผู้นำกองทัพที่แยกแยะไม่ได้ว่าการเมืองนั้นแตกต่างจากการทหาร วิธีคิดแบบทหารก็ย่อมกลายเป็นกติกาแม่บทของความสัมพันธ์ทางการเมือง  รวมทั้งวิธีจัดการกับความขัดแย้งทางการเมืองด้วยเช่นกัน

ใน แง่นี้แล้ว การต้านรัฐประหารไม่ได้เป็นเรื่องของการพิจารณาว่าระหว่าง พ.ต.ท.ทักษิณ และ ค.ม.ช. ใครที่เลวร้ายและอันตรายกว่ากัน แต่เป็นปัญหาว่าระหว่างการเมืองที่อยู่ภายใต้การครอบงำของทหาร การเมืองที่ปราศจากกฎเกณฑ์ทางการเมืองที่แน่นอน การเมืองที่ผู้มีอำนาจแทรกแซงกระบวนการทางกฎหมายได้ทุกเมื่อ กับการเมืองที่เป็นอิสระจากกองทัพ การเมืองที่เป็นประชาธิปไตย รวมทั้งการเมืองที่กระบวนทางการกฎหมายเป็นอิสระจากอำนาจนอกระบบ อะไรคือสิ่งที่เป็นคุณสำหรับสังคมไทยมากกว่ากัน?

การยึดอำนาจเมื่อวันที่ 19 กันยายน เป็นจุดเริ่มต้นของการเมืองที่ปราศจากกฎเกณฑ์และไร้อนาคต  ไม่ มีใครรู้ว่าจะมีการเลือกตั้งเมื่อไร ไม่มีใครรู้ว่านายกรัฐมนตรีคนถัดไปจะมาจากการเลือกตั้งหรือไม่ ไม่มีใครรู้ว่าสถานะของพรรคการเมืองและสภาผู้แทนราษฎรจะเป็นอย่างไร เหมือนกับที่ไม่มีใครรู้ว่าการกระจายอำนาจ, สิทธิ ชุมชน และศักดิ์ศรีของมนุษยชนจะได้รับความคุ้มครองเช่นไรบ้าง เพราะเรื่องทั้งหมดนี้ถูกดึงจากสาธารณะไปอยู่ภายใต้การพิจารณาของบุคคลที่ คณะรัฐประหารเลือกเข้ามาเพียงหยิบมือเดียว  

ในสภาพเช่นนี้ คนในชาติเป็นพลเมืองที่ไร้สิทธิทางการเมืองไปแทบทุกรูปแบบ เว้นแต่สิทธิจะสนับสนุน คมช.ในเวลาที่ท่านต้องการ

การเมืองตามอำเภอใจแบบนี้ดำรงอยู่ได้ด้วยการสร้างความเกลียดชังนายกรัฐมนตรีที่หมดอำนาจไปเกือบหนึ่งปีแล้ว  แต่ลองคิดดูว่าหากตัดการโจมตีนายกรัฐมนตรีคนที่แล้วออกไป มีอะไรบ้างที่ถือว่าเป็นผลงานที่ระบอบรัฐประหารทำให้กับสังคม?

การเมือง ตามอำเภอใจไม่ใช่หนทางของการสร้างการเมืองที่ดีในปัจจุบัน หรือการสร้างประชาธิปไตยที่ยั่งยืนในอนาคต เพราะวิธีการนี้ปิดบังให้ผู้คนมองไม่เห็นว่าทักษิณไม่ใช่ปัญหาหลักของการ พัฒนาประชาธิปไตย หากเป็นการดำรงอยู่ของ คมช.ต่างหากที่จะเป็นอุปสรรคต่อการสร้างประชาธิปไตยในอนาคต เพราะความหวาดระแวงว่าจะถูกโจมตีทางการเมืองนั้นย่อมทำให้ ผู้นำของคมช.ไม่ออกไปจากศูนย์กลางอำนาจการเมืองไทยแน่ๆ ไม่ว่าตัว คมช.ในฐานะองค์กรจะดำรงอยู่ต่อไปหรือไม่ก็ตาม

ภาย ใต้ทิศทางการเมืองแบบนี้ ต่อให้กระแสสังคมกดดันให้นายกรัฐมนตรีคนใหม่มาจากการเลือกตั้งได้สำเร็จ รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งก็จะอยู่ในตำแหน่งโดยมี คมช.เป็นปัจจัยการเมืองสำคัญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นั่นหมายความถึงความเป็นไปได้ที่อำนาจจากการเลือกตั้งจะไม่เป็นอิสระ แต่ต้องร่วมมือหรืออยู่ภายใต้อำนาจนอกระบบ โดยสภาพแบบนี้จะคงอยู่ไปอีกเป็นเวลานาน

บทเรียนของสังคมไทยเองแสดงให้เห็นว่าสภาพเช่นนี้อันตรายกับพลังการเมืองทุกฝ่าย  ตัว อย่างเช่นระหว่าง ปี 2524-2531 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่กองทัพแทรกแซงการเมืองโดยสนับสนุนให้ พล.อ.เปรม เป็นนายกรัฐมนตรีโดยไม่เคยลงเลือกตั้งแม้แต่ครั้งเดียว ผลที่เกิดขึ้นกองทัพแตกเป็นฝักเป็นฝ่าย เปลี่ยนรัฐบาลผสมหลายครั้ง มีการรัฐประหาร 2 หน พรรคการเมืองกลายเป็นตัวแปรไร้อันดับ นายกรัฐมนตรีแย่งอำนาจกับผู้นำกองทัพ หรือแม้กระทั่งเกิดการลอบสังหารนายกรัฐมนตรี

บัด นี้ ระบอบรัฐประหารที่เกิดขึ้นเมื่อ 19 กันยายน ก็ได้คงอยู่ในประเทศไทยมาเป็นเวลา 9 เดือนแล้ว แต่ปัญหาการเมืองไทยก็ไม่มีวี่แววว่าจะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น จึงสมควรที่จะพิจารณาการต้านรัฐประหารในฐานะที่ไม่เกี่ยวกับผู้นำการเมือง หรือนักการทหารคนไหน แต่เกี่ยวกับโจทก์ทางการเมืองที่สำคัญในปัจจุบันและอนาคต  นั่นก็คือการสร้างประชาธิปไตยรัฐสภาที่เป็นอิสระจากกองทัพและพลังที่เกี่ยวข้องกับรัฐประหารครั้งนี้

ถึงเวลาแล้วที่สังคมไทยต้องร่วมกันปลดปล่อยประชาธิปไตยออกจากร่มเงาของ คมช.

บทความเกี่ยวข้อง

การยุบพรรคคือการรัฐประหารเงียบที่ทำลาย ปชต.รัฐสภายิ่งกว่ารัฐประหาร 19 ก.ย.

http://www.prachatai.com/05web/th/home/page2.php?mod=mod_ptcms&ContentID=8328&SystemModuleKey=HilightNews&System_Session_Language=Thai

ไม่มีรัฐประหารไหนพิเศษกว่ารัฐประหารอื่น : พิจารณารัฐประหาร 19 กันยายน ในแง่สิทธิเสรีภาพและระเบียบการเมือง

http://www.prachatai.com/05web/th/home/page2.php?mod=mod_ptcms&ContentID=8216&SystemModuleKey=HilightNews&System_Session_Language=Thai

 

ความคิดเห็น
เห็นด้วย
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2007-07-03 10:09:02
เห็นด้วยกับบทความนี้อย่างยิ่ง การที่คนมีความรู้มีสติปัญญาหลายคนริเริ่มออกมาสนับสนุนให้ทหาร ทำการปฏิวัติรัฐบาลที่แล้ว รู้สึกน่าผิดหวังมาก แม้ว่ารัฐบาลเก่าจะมีข้อบกพร่องอยู่มาก แต่ควรใช้กระบวนการอย่างอื่นที่เหมาะสมมากกว่าคิดง่ายๆโดยสนับส นุนทหาร ผลที่ตามมาอย่างที่เห็นคือ ผีฟื้นจากหลุมแล้วไม่ยอมกลับ เคยนึกโล่งใจว่าระบบทหารครองเมืองจบไปแล้ว ไม่น่าเชื่อว่าวันนี้ทหารกลับมาใหม่ และไม่ได้กลับมาพัฒนาสังคมอย่างที่ควร แต่ทำให้สังคมถอยหลังในทุกๆด้าน เพราะไม่ได้คิดอะไรมากกว่าจะทำลายฝ่ายตรงข้ามอย่างไร ในขณะที่ปัญหาอื่นมีอยู่มากมาย
เห็นกงจักรเป็นดอกบัว
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2007-07-03 10:20:29
 
ผู้เขียนบทความนี้ มองข้อเท็จจริงแบบกลับหัวกลับหาง อาจเรียกว่า เห็นกงจักรเป็นดอกบัว
ลองคิดดูดีๆ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2007-07-09 15:34:53
ในสมัยรํฐบาลทักษิณ มีการคอรัปชั่นกันเยอะ แถมทักษิณยังโกงกินชาติบ้านเมืองไปมาก ถึงผลงานของรัฐบาลปัจจุบันอาจจะออกมาให้เห็นเป็นรูปธรรมไม่ค่อย มาก แต่รํฐบาลก็ได้ยึดอำนาจจากทักษิณมาก่อนที่ชาติบ้านเมืองเราจะกล ายเป็นอย่าง อาร์เจนติน่า อย่างน้อยนี่ก็เป็นผลงานหนึงที่เห็นเป็นรูปธรรมได้ชัดเจน ส่วนผลงานอื่นๆ อาจเห็นได้ยาก แต่เชื่อเถอะครับ พวกเค้ากำลังพยายามเพื่อชาติอยู่ จะมีคนไทยที่ไหนเล่าที่เกิดมาไม่รักชาติ หากคนไหนไม่รักชาติ ผมไม่ถือว่าเค้าเป็นคนไทยหรอกครับ
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2007-07-13 13:58:34
ที่ คมช. ทำอยู่ทุกวันนี้ทุก ๆ เรื่องน่ะถูกต้องแล้ว เหตุผลเพราะว่า คุณลองคิดดูสิ สมมติว่าถ้า คมช. สามารถทำให้ประเทศชาติเกิดการสมานฉันท์ได้ ทำให้เศรษฐกิจดี ประชาชนอยู่ดีมีสุข ให้สิทธิเสรีภาพกับทุก ๆ คนอย่างเท่าเทียมกัน ทุกคนในคมช. ไม่รับตำแหน่งในรัฐวิสาหกิจ ไม่สนใจเบี้ยเลี้ยงหรืองบประมาณต่าง ๆ และอื่น ๆ อีกมากมาย........ฯลฯ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงมันก็จะกลายเป็นว่าการรัฐประหารดีกว่าประช าธิปไตยสิ และถ้าเป็นอย่างนี้จริงพวกรักประชาธิปไตยเกือบทั่วโลกก็ต้องจ๋อ ยกันหมด เพราะว่ามีระบอบอื่นดีกว่าประชาธิปไตยแล้ว  
แต่ที่ คมช. ทำอย่างนี้ก็ดีแล้วแสดงว่าระบอบประชาธิปไตยของคุณดีกว่า แล้วพวกคุณจะมาโวยวายอะไรกัน เพราะเขาไม่ได้ทำให้ระบอบของเขาดีว่าระบอบประชาธิปไตยที่พวกคุณ รักสักหน่อยนี่ จริงเปล่า เขาทำอย่างนี้น่ะดีแล้วจะได้มีคนรักระบอบประชาธิปไตยมากขึ้นไง ไม่ดีหรือไง แล้วจะมาโวยวายให้ คมช ทำให้ดีกว่าระบอบประชาธิปไตยทำไม ไม่เข้าใจ งงงงงงงงงง
...
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2007-07-13 14:41:10
ยังไงเราก้อเป็นคนไทยนะ ทำอะไรเพื่อประเทศชาติบ้างสิ :upset
wewe
เขียนโดย ผู้เยี่ยมชม เปิด 2007-07-16 11:40:59
ชาติเราต้องการความร่วมมือนะครับ อย่าแตกคอกันเลย สู้เพื่อชาติ ร่วมมือกันพัฒนาให้ไปในทางที่ดีนะครับ ชาติต้องการคนที่ร่วมพัฒนาชาติอีกเยอะนะครับ สู้เพื่อชาติ รักชาติมากๆนะครับ ร่วมพัฒนา

เฉพาะสมาชิกเท่านั้นที่แสดงความคิดเห็นได้
กรุณาเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิก

Powered by AkoComment 2.0!

ลงนามกำลังใจ
สมัครสมาชิกเว็บไซต์
ติดต่อเรา
เพื่อนบ้าน
กระดานสนทนา
ข่าวฝากประชาสัมพันธ์
Email 4 Staff
หนังสือแนะนำ
สินค้าน่าสนับสนุน
ช่วยคนชราธิเบตพลัดถิ่น
ภาพความหมาย
G2636998-7.jpg
ปักหมุดประกาศ

Image สารเพื่อนเสม  ข่าวสารองค์กรเครือข่าย มูลนิธิเสฐียรโกเศศ - นาคะประทีป จดหมายข่าวราย 2 เดือน ปีที่ 4 ฉบับที่ 32 พฤศจิกายน-ธันวาคม 2551
+ จุดเปลี่ยน / กฤตยา ศรีสรรพกิจ
+ ช่วงเปลี่ยนผ่านของชีวิต / วารุณี ไม้ตราวัฒนา
+ ในอ้อมกอดของขุนเขาและเหล่ากระบวนกร / พูลศรี ไชยประสิทธิ์
+ วัยเด็ก ..ต้นไม้แห่งความทรงจำ : นาทีชีวิต ตอน 2
+ Tokyo Tower : แม่ครับ...ผมรักแม่/ จากบทภาพยนตร์
+ สุนทรียสนทนา / วิทยากร โสวัตร  
 อ่านสารเพื่อนเสม
 

Image ปาจารยสาร ฉบับ "การศึกษาทางเลือก การเดินทางเพื่อกลับไปจุดเดิม? 
||
สมัครสมาชิก || บอร์ดชาวปาจารยสาร || 
ปีที่ 32 ฉบับที่ 6 กรกฎาคม-สิงหาคม 2551
- การศึกษาเพื่อการครอบงำ
- บทเรียนแห่งการปฏิรูปการศึกษา
- สู่การศึกษาทางเลือก
- ทางเลือกของทางเลือก
- แพทย์แผนทิเบตศาสตร์แห่งอดีต เพื่อรักษาปัจจุบัน
- ศานตินิเกตัน สถาบันชีวิต
- เวียตนามในความทรงจำนักปั่น
  

 อยากอ่านติดต่อไปที่ โทรศัพท์ 02- 8603527 หรืออีเมล์

Image ร่วมทำบุญเพื่อช่วยเหลือคนชราธิเบตพลัดถิ่นในอินเดีย ที่อาศัยอยู่ในบ้านพักคนชรา อายุตั้งแต่ ๗๐ ปีขึ้นไปได้มีโอกาสเข้าฟังธรรมจากองค์ทะไลลามะและแสวงบุญ ณ เมืองพุทธคยาในบั้นปลายของชีวิต รายละเอียดเพิ่มเติม

สถิติ
ผู้เยี่ยมชม: 3157892
   หน้าแรก arrow สิกขาปริทัศน์ (บทความ) arrow สรรสาระ arrow สรรสาระ : สู่ประชาธิปไตยที่เป็นอิสระจาก คมช.