+ + + + + ยินดีต้อนรับสู่ www.semsikkha.org + + + + + + + + + + ยินดีต้อนรับสู่ www.semsikkha.org + + + + +
ปฏิทินกิจกรรม
พฤศจิกายน 2008 ธันวาคม 2008
สัปดาห์ที่ 44 1
สัปดาห์ที่ 45 2 3 4 5 6 7 8
สัปดาห์ที่ 46 9 10 11 12 13 14 15
สัปดาห์ที่ 47 16 17 18 19 20 21 22
สัปดาห์ที่ 48 23 24 25 26 27 28 29
สัปดาห์ที่ 49 30
Login Form
ชื่อผู้ใช้

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อกอิน
ลืมรหัสผ่าน?
ยังไม่ได้ลงทะเบียน? ลงทะเบียนใหม่
เครือข่ายของเรา
Baandin.org
Sulak-sivaraksa.org
suan-spirit.com
siambaandin
semsikkhalai
สำนักพิมพ์เสมสิกขาลัย
สถาบันต้นกล้า
เสขิยธรรม
มันตรานิวาส
ป๋วยเสวนาคาร
ตัวกูของกู มิวสิค
wechange555.com
INEB
เคล็ดไทย

สนใจแลกลิงค์




สรรสาระ : เมื่อสังคมต้องคิดต่อ "ทำไมต้องช่วยคนจน?" PDF พิมพ์ ส่งเมล
เขียนโดย ศิริวรรณ ศรีเพ็ญจันทร์   

วาระครบรอบ 50 วันแห่งการจากไป วนิดา  ตันติวิทยาพิทักษ์
เมื่อสังคมต้องคิดต่อ "ทำไมต้องช่วยคนจน?"
สานปณิธานนักสู้เพื่อความเป็นธรรมในสังคม

หากกล่าวถึง วนิดา  ตันติวิทยาพิทักษ์ หรือ มด  หลายคนอาจจะไม่รู้จักเธอ  แต่ในสังคมของผู้ยากไร้และคนจนที่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากโครงสร้างใหญ่ของสังคม เธอเป็นนักต่อสู้เพื่อพี่น้องคนจนบนผืนแผ่นดินและเรียกร้องความเป็นธรรมในสังคม หญิงสาวผู้นี้รับใช้พี่น้องคนยากจนในชนบท ซึ่งเธอได้รับใช้ผู้ยากไร้ทั้งหลายด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน และมีวิถีชีวิตอันเรียบง่าย เธอร่วมเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่นกับพี่น้องชาวบ้านอย่างแยบคาย  กล้าท้าทายอำนาจอันอธรรมด้วยสันติวิธีมาหลายต่อหลายครั้ง แม้จะได้ชัยชนะน้อยครั้ง แต่เธอและชาวบ้านต่างก็ประกอบไปด้วยขันติธรรมและสามัคคีธรรม ซึ่งควรค่าแก่การก้มหัวให้ยิ่งนัก เธอได้ล้มป่วยด้วยโรคมะเร็งเต้านม ตั้งแต่ปี 2547 และจากโลกนี้ไปอย่างสงบเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2550 ที่ผ่านมา หลังจากต่อสู้กับความเจ็บป่วยมานานกว่า 2 ปี  

มด ได้เปรียบเทียบตัวเองเป็นเหมือนเช่น "หิ่งห้อย" ที่เรืองแสงในยามที่ทุกสิ่งมืดมิด  เฝ้ามองความเป็นไปของสรรพสิ่งอย่างเงียบสงบ เธอมีแรงศรัทธาที่จะนำพาผู้คนที่ทนทุกข์ได้หลุดพ้นจากโซ่ตรวนของกิเลสและเคราะห์กรรม และยากเห็นผู้คนในสังคน พ่อแม่ พี่น้อง ลูกหลานเป็นเช่น หิ่งห้อย  ที่เรืองแสงร่วมกันบนหนทางแห่งธรรม คราเมื่อพระอาทิตย์ส่องแสงพราว   หิ่งห้อยน้อยก็จากลาไป

มด ได้แสดงความคิดที่มาจากหัวใจและจากเสียงเรียกร้องของคนจน อีกทั้งวีรชนนิรนามทั้งหลาย ที่เป็นผู้อุทิศทำงานเพื่อคนยากจน เพื่อความเป็นธรรมในสังคม  เธอคิดว่าความยากจนไม่ใช่สิ่งน่ารังเกียจ ถ้าเป็นเพียงความยากจนทางด้านวัตถุ หรือว่าไร้ชื่อเสียงเกียรติยศต่าง ๆ เพราะแท้จริงแล้วความยากจนนั้นเองที่ก่อให้เกิดความเรียบง่าย ความสมถะ และลึก ๆ แล้วมีความสุข

"ในยุคสังคมปัจจุบัน เราวัดค่ากันที่เงิน แม้กระทั่งราคาของความเป็นคนก็วัดกันที่เงิน แต่ดิฉันอยากถามว่าใครเป็นผู้กำหนดอัตราค่าแลกเปลี่ยนเหล่านี้ คนจนมีส่วนร่วมไหม ถ้าคนจนมีส่วนร่วม ทำไมข้าวเปลือกถึงถูก ข้าวสารถึงแพง ทำไมค่าแรงถึงต่ำ แต่สินค้าสำเร็จรูปถึงได้มีราคาแพง เพราะว่าคนยากจนซึ่งเป็นผู้ผลิตสิ่งเหล่านี้ ไม่ได้มีโอกาสกำหนดมูลค่าของสิ่งของที่มีอยู่ในสังคมปัจจุบันนี้ เขาถูกเอาเปรียบพอสมควร เพราะฉะนั้น ดิฉันคิดว่าความยากจนเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากเวรกรรม แต่เกิดจากความไม่เป็นธรรม"

"ดิฉันคิดว่าสังคมจะอยู่อย่างมีความสุข ด้วยการที่เราพยายามช่วยเหลือคนจนเหล่านี้ ไม่ด้วยทางใดก็ทางหนึ่ง  เราจำเป็นต้องตอบแทนพวกเขา ในขณะที่เราไม่ต้องปลูกข้าว ถ้าเราไม่ช่วยชาวนา ลูกหลานของเราในอนาคตอาจจะไม่มีข้าวกิน ในขณะที่เราไม่ต้องทอผ้า เราก็ต้องช่วยคนงาน เพราะว่าคนงานคือคนที่จะผลิต ทอผ้าให้เรา"

แม่สมปอง  เวียงจันทร์  ชาวบ้านปากมูน ได้พูดถึง มด ไว้อย่างน่าสนใจว่า  "เมื่อปี 2532-2533 มดได้มาสอนให้ชาวบ้านรู้จักสิทธิของตัวเอง รู้จักหน้าที่ที่ต้องปกป้องดูแลทรัพยากรธรรมชาติ สอนให้เรารู้จักลุกขึ้นสู้  มดทำให้แม่ ๆ รู้ว่าประชาชนเป็นเจ้าของประเทศ  เจ้าของทรัพยากรธรรมชาติ  มดสู้เพื่อชาวบ้านอย่างชนิดที่ว่าไม่กลัวเลย เราก็เลยไม่กลัวตามไปด้วย  มดเข้มแข็งทั้งภายนอกและภายใน เข้มแข็งแต่อ่อนโยน  มดเป็นผู้หญิงและจะกระตุ้นให้ผู้หญิงลุกขึ้นมาสู้ตลอด  สำหรับมดแล้วขอให้ชาวบ้านลุกขึ้นมาสู้ มดไม่ได้มานำชาวบ้าน แต่มาปลุกให้ชาวบ้านรู้จักลุกขึ้นมาสู้ด้วยตัวเอง ซึ่งวันนี้ชาวบ้านเข้มแข็งขึ้นมาก มีผู้นำใหม่ ๆ เกิดและเติบโตขึ้น"

เราจะเห็นได้ว่าสิ่งที่ มด ได้ทำให้กับคนยากจนและผู้ถูกรังแกบนผืนแผ่นดิน         สมดังคำกวีของ เนาวรัตน์  พงษ์ไพบูลย์ ที่มอบมงกุฎเกียรตยศ แก่ มด วนิดา  ดังมีใจความตอนหนึ่งว่า ....

"เธอคืวีรสตรีของคนสู้                       หยัดอยู่ทระนงทรงนุสรณ์

มีมงกุฎดอกหญ้า เป็นอาภรณ์           มาดมั่นนิรนดรไม่คลอนแคลน

วันนี้ไม่มีมดของคนยาก                     แต่มดฝากมดสู้ไว้หมื่นแสน

เธอคือดินก้อนเดียวในดินแดน  แต่จะหนักและจะแน่นเต็มแผ่นดิน"

มดจากพวกเราไปจะครบรอบ 50 วันในเดือนมกราคมนี้     ซึ่งทางมูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป ร่วมกับองค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อรำลึกถึงชีวิตและงานที่มีคุณค่าของเธอ โดยมี สมบูรณ์  จึงเปรมปรีดิ์ ผู้จัดการมูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป ได้อธิบายถึงรายละเอียดการจัดงานครั้งนี้ว่า

"เรามองว่าคนในสังคมและนักกิจกรรมที่ทำงานทางสังคมรุ่นหลัง จะหันมาสนใจและเหลียวมองปัญหาของคนจนในสังคมกันอย่างเป็นจริงเป็นจัง โดยใช้การทำงานของพี่มดเป็นตัวจุดประกาย เป็นจุดเริ่มต้นของการสนใจคนทุกข์ยากบนผืนแผ่นดิน  ร่วมกันสร้างความเป็นธรรมให้เกิดในสังคม และช่วยกันเปลี่ยนสังคมให้มีความเท่าเทียมอย่างแท้จริง ซึ่งพี่มดจะเป็นแบบอย่างที่ควรสานต่อที่ดียิ่ง เราจึงร่วมกันจัดให้มีการพูดคุย ชวนกันคิด ชวนกันสานต่อ ในหัวข้อ  สานตำนานนักสู้เพื่อคนจน   บทเรียน  ความหวัง  ก้าวต่อไปของขบวนการคนจน    โดยมีวิทยากรที่น่าสนใจคือ พระไพศาล  วิสาโล  อดีตปัญญาชนรุ่นใหม่ของสังคม ที่ละชีวิตฆราวาสตั้งแต่วัยหนุ่ม มุ่งสู่ชีวิตนักบวช เป็นเวลา 21 พรรษาแล้ว และเป็นพระอนุรักษ์ ที่เชื่อมความคิดกับสังคมมาตลอด  และเราจะได้เห็นมุมมองของเพื่อนนักสู้เพื่อความเป็นธรรมในสังคมของวนิดาเช่น พ่อสมเกียรติ พ้นภัย และนันทโชติ ชัยรัตน์ พี่น้องจากสมัชชาคนจน จินตนา  แก้วขาว   กรณ์อุมา  พงษ์น้อย จากบ่อนอกและบ้านกรูด  รวมทั้งนักวิชาการที่ไม่เคยทอดทิ้งและเคียงข้างคนจนมาตลอดอย่าง อาจารย์บัณฑร  อ่อนดำ ซึ่งมี ชาญวิทย์  อร่ามฤทธิ์  พี่ชายทางสังคมของวนิดาและเป็นผู้ที่ให้ความสำคัญกับคนยากจนในสังคมมาตลอดชีวิตการทำงาน เป็นผู้ดำเนินรายการ  ทั้งนี้หลังจบรายการเสวนา ส.ศิวรักษ์ ปัญญาชนสยาม  จะมากล่าวปัจฉิมกถาปิดท้ายอีกด้วย"

คุณค่าของเธอจะทำให้กับคนรุ่นหลังได้เหลียวมอง และควรจะร่วมกันสานต่อปณิธานของเธอในการเรียกร้องความเป็นธรรมให้เกิดในสังคมให้เป็นจริงในสังคมได้อย่างไร? ขอเชิญทุกท่านร่วมกันค้นหาคำตอบว่า "ทำไมต้องช่วยคนจน?"  ใน งานครบรอบ 50 วัน แห่งการจากไปของ มด วนิดา ตันติวิทยาพิทักษ์  จะมีขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม 2551   เวลา 13.30-16.30 น.   ณ ป๋วย-เสวนาคาร  อาคารพุทธมามกะชั้น 2 โรงเรียนวัดปทุม-คงคา ถนนทรงวาด  เขตสัมพันธวงศ์  กรุงเทพฯ  สอบถามรายละเอียดได้ที่ 084-113-8686/02-4389331-2 หรือที่ http://www.semsikkha.org/

ชีวิตของ มด ที่เกิดมาเพื่อคนอื่นได้จบสิ้นลงแล้ว ภาระหน้าที่ต่อสังคมและผู้คนยากไร้บนผืนแผ่นดินที่เธอแบกรับมาตลอดชีวิตก็ได้จบสิ้นตาม แต่สังคมข้างหน้าจะเป็นอย่างไร  คงต้องเป็นหน้าที่ของคนรุ่นต่อไปที่จะสานต่อ  แม้ว่าแผ่นดินนี้ยังต้องการคนอย่าง วนิดา  ตันติวิทยาพิทักษ์  อยู่มากก็ตาม.

สิริวรรณ  ศรีเพ็ญจันทร์

 
 ล้อมกรอบ

สำหรับผู้ที่สนใจจะร่วมกันสานต่อเจตนารมณ์ของ วนิดา ตันติวิทยาพิทักษ์ สามารถสนับสนุนกองทุนและบริจาคโดยการโอนเงินเข้าบัญชีของ   นางสาวมณี ตันติวิทยาพิทักษ์ ธนาคารกสิกรไทย สาขาซีคอนสแควร์ บัญชีออมทรัพย์ 095-2-36973-5  ซึ่งพี่น้องและเพื่อนสนิทของวนิดาได้ร่วมกันก่อตั้งขึ้น มีวัตถุประสงค์เพื่อรณรงค์เคลื่อนไหวให้มีการเปิดประตูน้ำเขื่อนปากมูล  ผลักดันการแก้ปัญหาตามข้อเรียกร้องของสมัชชาคนจน สนับสนุนส่งเสริมให้การศึกษาเรื่องสิทธิของคนจน ปรับปรุงศูนย์ภูมิปัญญาไทบ้านปากมูน ให้เป็นพิพิธภัณฑ์และศูนย์ข้อมูลการต่อสู้ขบวนการของคนจน .

ความคิดเห็น

เฉพาะสมาชิกเท่านั้นที่แสดงความคิดเห็นได้
กรุณาเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิก

Powered by AkoComment 2.0!

ลงนามกำลังใจ
สมัครสมาชิกเว็บไซต์
ติดต่อเรา
เพื่อนบ้าน
กระดานสนทนา
ข่าวฝากประชาสัมพันธ์
Email 4 Staff
หนังสือแนะนำ
สินค้าน่าสนับสนุน
ช่วยคนชราธิเบตพลัดถิ่น
ภาพความหมาย
IMG_2659_resize.jpg
ปักหมุดประกาศ

Image สารเพื่อนเสม  ข่าวสารองค์กรเครือข่าย มูลนิธิเสฐียรโกเศศ - นาคะประทีป จดหมายข่าวราย 2 เดือน ปีที่ 4 ฉบับที่ 32 พฤศจิกายน-ธันวาคม 2551
+ จุดเปลี่ยน / กฤตยา ศรีสรรพกิจ
+ ช่วงเปลี่ยนผ่านของชีวิต / วารุณี ไม้ตราวัฒนา
+ ในอ้อมกอดของขุนเขาและเหล่ากระบวนกร / พูลศรี ไชยประสิทธิ์
+ วัยเด็ก ..ต้นไม้แห่งความทรงจำ : นาทีชีวิต ตอน 2
+ Tokyo Tower : แม่ครับ...ผมรักแม่/ จากบทภาพยนตร์
+ สุนทรียสนทนา / วิทยากร โสวัตร  
 อ่านสารเพื่อนเสม
 

Image ปาจารยสาร ฉบับ "การศึกษาทางเลือก การเดินทางเพื่อกลับไปจุดเดิม? 
||
สมัครสมาชิก || บอร์ดชาวปาจารยสาร || 
ปีที่ 32 ฉบับที่ 6 กรกฎาคม-สิงหาคม 2551
- การศึกษาเพื่อการครอบงำ
- บทเรียนแห่งการปฏิรูปการศึกษา
- สู่การศึกษาทางเลือก
- ทางเลือกของทางเลือก
- แพทย์แผนทิเบตศาสตร์แห่งอดีต เพื่อรักษาปัจจุบัน
- ศานตินิเกตัน สถาบันชีวิต
- เวียตนามในความทรงจำนักปั่น
  

 อยากอ่านติดต่อไปที่ โทรศัพท์ 02- 8603527 หรืออีเมล์

Image ร่วมทำบุญเพื่อช่วยเหลือคนชราธิเบตพลัดถิ่นในอินเดีย ที่อาศัยอยู่ในบ้านพักคนชรา อายุตั้งแต่ ๗๐ ปีขึ้นไปได้มีโอกาสเข้าฟังธรรมจากองค์ทะไลลามะและแสวงบุญ ณ เมืองพุทธคยาในบั้นปลายของชีวิต รายละเอียดเพิ่มเติม

สถิติ
ผู้เยี่ยมชม: 3158369
   หน้าแรก arrow สิกขาปริทัศน์ (บทความ) arrow สรรสาระ arrow สรรสาระ : เมื่อสังคมต้องคิดต่อ "ทำไมต้องช่วยคนจน?"