+ + + + + ยินดีต้อนรับสู่ www.semsikkha.org + + + + + + + + + + ยินดีต้อนรับสู่ www.semsikkha.org + + + + +
ปฏิทินกิจกรรม
August 2008 September 2008
สัปดาห์ที่ 31 1 2
สัปดาห์ที่ 32 3 4 5 6 7 8 9
สัปดาห์ที่ 33 10 11 12 13 14 15 16
สัปดาห์ที่ 34 17 18 19 20 21 22 23
สัปดาห์ที่ 35 24 25 26 27 28 29 30
สัปดาห์ที่ 36 31
Login Form
ชื่อผู้ใช้

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อกอิน
ลืมรหัสผ่าน?
ยังไม่ได้ลงทะเบียน? ลงทะเบียนใหม่
เครือข่ายของเรา
Baandin.org
Sulak-sivaraksa.org
suan-spirit.com
siambaandin
semsikkhalai
สำนักพิมพ์เสมสิกขาลัย
สถาบันต้นกล้า
เสขิยธรรม
มันตรานิวาส
ป๋วยเสวนาคาร
ตัวกูของกู มิวสิค
wechange555.com
INEB
เคล็ดไทย

สนใจแลกลิงค์




เครือข่ายจิตตปัญญาศึกษา :คำประกาศแห่งการพึ่งพา: ยอมจำนนต่อธรรมชาติอย่างไร้เงื่อนไข PDF พิมพ์ ส่งเมล
เขียนโดย มิรา ชัยมหาวงศ์   

โดย มิรา ชัยมหาวงศ์  เครือข่ายจิตตปัญญาศึกษา http://contemplative-knowledge.blogspot.comคอลัมน์ ณ พรมแดนแห่งความรู้ โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

คำโปรย: การดำรงอยู่ของเราไม่จำเป็นต้องพึ่งพาสิ่งใดนอกเหนือจากตัวเองจริงหรือ?

... ฝีเท้าของผู้เขียนย่ำเข้าสู่ความสงัดของป่าต้นน้ำ ที่หมู่บ้านหินลาดใน อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย พร้อมกับคณะนักศึกษาปริญญาโท หลักสูตรการศึกษาองค์รวม (Holistic Education) รุ่นที่ ๑ ของสถาบันอาศรมศิลป์ โดยมีอาจารย์ณัฐฬส วังวิญญู เป็นผู้นำให้เราปลดวางสัมภาระ ปลีกตัวออกห่างจากความจำเจในหน้าที่การงานและความคิดเชิงตรรกะทางสังคม  เข้าสู่การเรียนรู้ที่นัยทางหนึ่งนั้นเป็นการแสวงหาปรีชาญาณจากธรรมชาติ (Nature Acquisition) เชื้อเชิญแต่ละคนก้าวสู่พรมแดนที่ท้าทายตัวตนที่เปราะบางให้ทำหน้าที่สะท้อนภาพพื้นฐานที่สุดของมนุษย์  ด้วยการอดอาหารเป็นเวลา ๑ วัน  และแยกย้ายออกไปเดียวดายกลางป่าเป็นเวลา ๑ คืน  การเดินทางครั้งนั้นเป็นการเดินเข้าป่าในเชิงกายภาพ แต่อันที่จริง แต่ละคนกำลังเดินกลับสู่บ้านหลังใหญ่ มาตุภูมิแห่งขุนเขาที่นำพาเราหยั่งถึงธรรมชาติที่แท้ภายในตน

                คำถามหนึ่งที่ผู้เขียนถามตัวเองคือ ที่หมายของความรู้ที่เพิ่มขึ้นจากประสบการณ์และการแสวงหาทางจิตวิญญาณ จะนำพาให้ผู้เขียนก้าวไปสู่ปัญญาที่สร้างให้เกิดความเข้าใจต่อความเป็นไปของสรรพสิ่งด้วยใจที่เคารพ หรือนำไปสู่การสะสมองค์ความรู้ในเชิงปริมาณที่ก่อร่างสร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์ พิพากษาตัดสินผู้อื่น? ดูเหมือนกรณีที่เกิดขึ้นกับผู้เขียนในระยะนี้ และจากการเฝ้าสังเกตการเรียนรู้ที่มีจุดเริ่มต้นจากแวดวงการศึกษา ก็ยิ่งเห็นว่าคนเราเรียนรู้มากขึ้น แต่กลับเป็นไปเพื่อบ่มเพาะจุดยืนทางความคิดอันเป็นที่มาของการเจริญอัตตาตัวตนที่แข็งกร้าว หลงผิดคิดว่าความรู้จะทำให้มนุษย์พึ่งพาตนเองอย่างโดดเดี่ยวได้ในโลกนี้

                รหัสนัยที่ธรรมชาติชี้ให้ผู้เขียนย้อนกลับไปมองเห็นตัวตนที่ชัดเจน คือ การทึกทักเอาเองว่าสามารถพึ่งพาตนเองได้ แต่ธรรมชาติก็มอบความจริงผ่านภาพสะท้อนให้ผู้เขียนย้อนมองตัวเอง คือ ช่วงก่อนที่จะเดินทาง ผู้เขียนตั้งใจเอาไว้ว่าจะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับชุมชนน้อยที่สุด รบกวนธรรมชาติให้น้อยที่สุด บริโภคอาหารและทรัพยากรให้น้อยที่สุด พึ่งพาให้น้อยที่สุด ซึ่งในทางหนึ่งก็เป็นไปเพื่อการฝึกละวางความต้องการ แต่ในฟากของความสุดโต่งที่ขาดสติ สิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำกล่าวว่า "ฉันจะพึ่งพาตนเองให้ได้มากที่สุด" นั้นก็คือ "ฉันแน่ ฉันเก่ง ฉันดูแลตัวเองได้ ไม่ต้องพึ่งใคร ดังนั้น ไม่มีใครหรืออะไรที่จำเป็นสำหรับฉัน ฉันดำรงอยู่ได้ด้วยตนเอง"  เป็นเป้าหมายที่คับแคบเหมาะสมอย่างยิ่งต่อการบ่มเพาะอัตตาตัวตนให้แข็งแกร่งขึ้น

                ในช่วงการทำงานในชีวิตประจำวันกับผู้คนที่คุ้นเคย เราอาจมองเห็นภาพตัวเองไม่ชัด แม้จะมีพฤติกรรมทางใจเป็นสัญญาณบางอย่าง เช่น ความหงุดหงิดรำคาญ ความไม่พอใจ ที่เกิดขึ้นอยู่เนืองๆ แต่การอยู่ในโลกที่มนุษย์สมมติสร้างขึ้นด้วยคำอธิบายและนิยามความคิดแต่เพียงมนุษย์นั้น ไม่ทำให้ตาของเราเปิดมองเห็นความจริงได้ แต่เมื่อเราต้องอยู่ในสภาพที่เปราะบาง การเดินทางไกล การอดอาหาร และการอยู่กับความกลัวเพียงลำพัง ทำให้เราเห็นความจริงอย่างหนึ่งว่า มนุษย์ก็ยังพึ่งพาอยู่นั่นเอง

                ผู้เขียนพยายามเดินหาสถานที่กางเต็นท์ที่พักระหว่างการอดอาหารวันที่สอง ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายกำลังเข้าสู่จุดที่อ่อนแอที่สุดเนื่องจากกำลังปรับสภาพ ผู้เขียนเดินห่างจากจุดนัดพบออกไปไกล ยิ่งเดิน ยิ่งเหนื่อย หายใจเริ่มติดขัด ร่างกายอ่อนแรง ต้องหยุดพักเป็นช่วงๆ แต่ใจที่แข็งกร้าวอยากเอาชนะไม่ยอมน้อมขอความช่วยเหลือใดๆ หรือลดทอนเป้าหมายของตัวเองลง ระหว่างที่แรงเฮือกสุดท้ายกำลังจะหมด ยังไม่วายมองหาจุดที่พักที่ไม่เบียดเบียนชีวิตเล็กๆ ของต้นไม้เล็กใหญ่หรือต้นหญ้า ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีพื้นที่เช่นนั้นในป่าต้นน้ำที่อุดมสมบูรณ์ แต่ความหลงยึดอยู่กับความคิดที่ต้องทำทุกสิ่งให้ดีที่สุดโดยไม่คำนึงถึงบริบทความจริง ปล่อยให้ทิฐิมานะคาดคั้นลากสังขารตนเองให้บรรลุวัตถุประสงค์ทางความคิดให้ได้ ในที่สุดเมื่อกายอ่อนล้าและหมดแรงไปต่อ ผู้เขียนจำนนใจอ้อนวอนจากธรรมชาติ  จำนนต่อฐานะผู้พึ่งพิงของตนเองต่อต้นไม้ใบหญ้าน้อยใหญ่ที่ขึ้นอยู่ริมทาง และมดแมลงตัวน้อยที่เราไม่เคยมองเห็นค่าของเขาเมื่อตัวเราเป็นใหญ่ที่บ้านในเมืองหลวง แต่ ณ ที่แห่งนี้ ผืนป่ามอบความจริงอย่างที่สุดให้กับมนุษย์

                หลังจากนั่งพักจิบน้ำ กางเต็นท์ที่พักเสร็จ ผู้เขียนนิ่งเงียบอยู่กับตนเอง อยู่กับความเป็นจริงที่ธรรมชาติมอบให้ การเงียบเสียงจากภายนอก ทำให้ได้ยินเสียงภายในของเราชัดเจนขึ้น เมื่อความคิด หรืออารมณ์ใดๆ ผุดบังเกิด  เราจะได้ยินเสียงของมันเหมือนดังออกมาข้างนอก ผู้เขียนย้อนกลับไปใคร่ครวญถึงเสียงของตนเองในระหว่างเดินหาที่พัก และมองเห็นธรรมชาติของความอยากเอาชนะที่เกิดขึ้น แม้จะตกอยู่ในสภาพที่ไม่น่าจะพึ่งพาตนเองได้ แต่ก็ยังขัดขืนดื้อดึงไม่ยอมให้ตัวเองอยู่ในฐานะผู้ร้องขอการพึ่งพิงจากธรรมชาติ มายาคติที่สร้างขึ้นว่ามนุษย์เป็นผู้สร้าง เป็นนายเหนือธรรมชาติ ทำให้ผู้เขียนมองไม่เห็นความจริงว่า สรรพสิ่งที่ดำเนินไปนั้น สัตว์ก็ยังต้องพึ่งพาผืนป่า ป่าก็พึ่งพาไอแดด และปรายฝน คนก็ต้องพึ่งพาธรรมชาติ และแม้แต่วินาทีแรกที่ลมหายใจของเราปรากฏเป็นชีวิตบนโลก เราก็อยู่ในฐานะผู้พึ่งพาธรรมชาติแล้ว หากแต่ใจของเราไม่ยอมศิโรราบ ตาของเราจึงมองไม่เห็นโยงใยที่ซ่อนเร้นอันเป็นความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ ความรู้และปัญญาที่เกิดโดยคำนึงถึงความจริงข้อนี้ จึงเป็นความรู้ที่เกิดขึ้นพร้อมกับอัตตาตัวตนที่ใหญ่ขึ้น เสียงวิพากษ์วิจารณ์ การตัดสินถูกผิดโดยมีตัวเราเป็นฐานจึงทำหน้าที่แทนปัญญาที่จะเข้าใจความเป็นไปของทุกสิ่งอย่าง

                มนุษย์ผู้กล้าจะอยู่เพียงลำพังได้จริงหรือ? การทำงานที่ประสบกับความสำเร็จไม่ต้องพึ่งพาคนเล็กคนน้อยเช่นนั้นหรือ? เราไม่ต้องการความสัมพันธ์ฉันมิตรเพื่อปลอบประโลมหัวใจเหนื่อยล้าของเราจริงหรือ? การดำรงอยู่ของเราไม่จำเป็นต้องพึ่งพาสิ่งใดนอกเหนือจากตัวเองจริงหรือ?

                ในคืนแรกๆ ผู้เขียนพักอยู่ในหมู่บ้านของ "ผู้ดูแลป่า" พลังของคนเล็กๆในสังคมอย่างชาวปกาเกอะญอ ที่ทำหน้าที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเองนักในการปกปักษ์รักษาป่าต้นน้ำพื้นที่กว่า ๑๕,๐๐๐ ไร่ ด้วยจำนวนสมาชิกเพียง ๒๐ หลังคาเรือน "อ้ายชัยประเสริฐ" ชาวปกาเกอะญอวัย ๔๐ ปี บอกว่า "ภารกิจของคนต้นน้ำคือการรักษาน้ำให้กับคนปลายน้ำ ชาวปกาเกอะญอรักษาป่าเพราะป่าเป็นแหล่งกำเนิดน้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิตอีกหลายชีวิต"

                พวกเราชาวเมืองทุกคนก็เป็นหนึ่งในผู้พึ่งพาภารกิจการปกปักษ์รักษาของเขา ทุกหยดน้ำที่เราดื่มกินในแต่ละวัน เกิดจากจิตใจดีงามที่ทำหน้าที่โอบอุ้มดูแลสรรพชีวิต เรามิอาจตัดสายใยแห่งการพึ่งพานี้ได้ มนุษย์มิได้ดำรงอยู่เป็นปัจเจกที่โดดเดี่ยว ในทางกลับกัน มนุษย์เป็นชีวิตเล็กๆ ชีวิตหนึ่งในสายสัมพันธ์ที่ยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ

                เมื่อผู้เขียนประจักษ์ถึงความจริงที่เรามิได้ยิ่งใหญ่มาจากไหน ในทางกลับกันก็เป็นเพียงผู้พึ่งพาสิ่งต่างๆ อยู่นั่นเอง เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของตนก็ลดลง ธรรมชาติได้สอนความจริงว่าเราเป็นเพียงส่วนเสี้ยวเล็กๆ ของความหลากหลายของสรรพชีวิตที่เลื่อนไหลดำรงอยู่บนโลก และเป็นโลกใบเดียวกันนี้เอง

 

ความคิดเห็น

เฉพาะสมาชิกเท่านั้นที่แสดงความคิดเห็นได้
กรุณาเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิก

Powered by AkoComment 2.0!

ลงนามกำลังใจ
สมัครสมาชิกเว็บไซต์
ติดต่อเรา
เพื่อนบ้าน
กระดานสนทนา
ข่าวฝากประชาสัมพันธ์
Email 4 Staff
ภาพความหมาย
803212_85473630.jpg
ปักหมุดประกาศ

Image สารเพื่อนเสม  ข่าวสารองค์กรเครือข่าย มูลนิธิเสฐียรโกเศศ - นาคะประทีป จดหมายข่าวราย 2 เดือน ปีที่ 4 ฉบับที่ 30 กรกฏาคม - สิงหาคม 2551 อ่านสารเพื่อนเสม 

Image พายุไซโคลนถล่มพม่า ความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรม
หลั่งไหลบริจาคกันมากมาย นับเป็นความมีน้ำใจของคนไทยสู่เพื่อนชาวพม่าผู้ประสบภัย
 

เนื่องด้วยภัยพิบัติครั้งร้ายแรงเมื่อพายุไซโคลนนาร์กิสเข้าถล่มในหลายพื้นที่ของประเทศพม่าเพื่อนบ้านของประเทศไทยเรา ยังผลให้เกิดความสูญเสียย่อยยับทั้งทรัพยากรธรรมชาติ บ้านเรือน และชีวิตของผู้คนนับหมื่นนับแสน ผลพวงของเหตุการณ์ทำให้ชาวพม่าที่รอดชีวิตมาได้ต้องประสบกับภาวะยากแค้น ขาดแคลนอาหาร น้ำสะอาด ยารักษาโรค และกำลังรอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ทั้งในเรื่องการซ่อมแซมที่อยู่อาศัย ฟื้นฟูอาชีพ รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องได้รับการบำบัดสภาพด้านจิตใจจากองค์กรทางด้านศาสนา ซึ่งก็ล้วนแต่ต้องใช้ระยะเวลาและงบประมาณสนับสนุนจำนวนมากแทบทั้งสิ้น รายละเอียด

Image ปาจารยสาร ฉบับ "มีอะไรก็กินไปเถอะ" || สมัครสมาชิก || บอร์ดชาวปาจารยสาร || 
ปีที่ 32 ฉบับที่ 5 พฤษภาคม-มิถุนายน 2551
วรรณกรรมไท้ยไทยที่สันติบาลไม่ควรพลาด (เก็บ)
รธน. อภิชน VS รธน.ประชาชน คนแบ่งข้าง รัฐธรรมนูญแบ่งขั้ว
Dead Man Walking ... โดย พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์
The Shock Doctrine ประวัติศาสตร์เปื้อนเลือดของอุดมการณ์เสรีนิยมใหม่ โดย สฤณี อาชวานันทกุล
กินเปลี่ยนโลก : คืนสู่วิถีอันหลากหลาย
ชวนฟัง 6 ทรรศนะ นักเคลื่อนไหวด้านอาหารและทรัพยากร

 อยากอ่านติดต่อไปที่ โทรศัพท์ 02- 8603527 หรืออีเมล์

สถิติ
ผู้เยี่ยมชม: 2599319
   หน้าแรก arrow สิกขาปริทัศน์ (บทความ) arrow เครือข่ายจิตตปัญญาศึกษา :คำประกาศแห่งการพึ่งพา: ยอมจำนนต่อธรรมชาติอย่างไร้เงื่อนไข