|
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ไปเป็นล่ามในการอบรมปัญจลีลา (5 Rhythms dance) หรือการเต้นรำห้าจังหวะ ที่โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก มีแม่แอ๊ว (รัชนี ธงไชย) ครูใหญ่โรงเรียน นำขบวนเด็กๆ และคุณครูประมาณสามสิบคน โยกย้ายส่ายสะโพกเต้นรำเพื่อการทำสมาธิและการเยียวยา
ปัญจลีลา คือการเต้นรำ 5 จังหวะ ซึ่งประกอบด้วยจังหวะไหลลื่น(Flow) จังหวะกระฉับกระเฉง (staccato) จังหวะปลดปล่อย (chaos) จังหวะสุนทรีย์ (lyrical) จังหวะนิ่งงัน (stillness) 
การเต้นรำ 5 จังหวะนี้พัฒนาขึ้นโดยกาเบียล รอธ (Gabrielle Roth) ชาวอเมริกัน ใช้เป็นเครื่องมือในการฝึกสมาธิและการเยียวยา ปลับพลังชีวิตให้สมดุล และยังเป็นกิจกรรมที่ครอบครัวหรือชุมชนทำร่วมกันได้อย่างสนุกสนาน เป็นการประสานความสัมพันธ์ระหว่างกันอีกด้วย การเต้นรำนี้กำลังเป็นที่นิยมแพร่หลายในอเมริกาและยุโรป ที่บ้านเรายังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนัก อาศรมวงศ์สนิทจัดอบรมไปครั้งหนึ่งเมื่อปีที่แล้ว โดยได้ครูสอนมาจากชุมชนฟินด์ฮอร์น ประเทศสก๊อตแลน ปรากฎว่าเป็นที่ถูกอกถูกใจผู้เข้าร่วม เลยมีแผนการจะจัดกันต่อไปอีก ผู้สนใจติดตามข่าวความเคลื่อนไหวได้จากเว็บไซต์ของเรานี้ แต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โชคดีมีครูสอนจากประเทศฝรั่งเศส คือลูซี่ เนรอต (Lucie Nerot) ซึ่งไปสอนเด็กยากไร้อยู่กัมพูชามาหลายเดือนหลายแห่ง และกลับมาเปิดอยรมที่เมืองไทย มีเวลาว่างหนึ่งสัปดาห์ก่อนกลับฝรั่งเศสเลยสนใจจะใช้เวลานั้นสอนเด็กและครูในโรงเรียน เลยมีการติดต่อให้ไปที่โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก เขาก็ตอบรับไปให้ทันที
ในช่วงเวลา ๕ วันของการอบรม ลูซี่ค่อยๆ ให้เด็กๆ และคุณครูผู้เข้าอบรมได้ก้าวเข้าสู่การเต้นรำปัญจลีลาทีละนิด และเริ่มเรียนกันทีละจังหวะ เริ่มจากให้พวกเขาได้ฝึกนำสติมาจับเอาไว้ที่ส่วนต่างๆ ของร่างกาย ไล่ไปทีละส่วน แล้วค่อยให้ขยับส่วนต่างๆ ของร่างกายมากขึ้นเรื่อยๆ ในตอนแรกเด็กๆ และคุณครูก็ยังเขินอายกันอยู่ บ้างก็บ่นปวดเมื่อยแขนขาเพราะเต้นรำกันทั้งวัน แต่เด็กๆ ก็ยังใจสู้ มาเรียนกันทุกวันเพราะอยากรู้ว่าปัญจลีลามีดีอย่างไร
สิ่งหนึ่งที่เด็กๆ และคุณครูที่เข้าร่วมได้เรียนรู้ตั้งแต่ช่วงแรกๆ ก็คือ รู้จักตัวเองมากขึ้น ว่าเป็นคนลักษณะเช่นใด ด้วยจังหวะทั้งห้าในการเต้นรำนั้น แต่ละคนจะรู้สึกยากง่ายแตกต่างกัน บางคนชอบจังไหวไหลลื่น รู้สึกทำได้ง่ายดาย ไหลไปได้เลย แต่สำหรับบางคนก็รู้สึกยาก ไหลไม่ค่อยเป็น ส่วนบางคนก็อาจจะชอบจังหวะกระฉับกระเฉง ทะมัดทะแมง ทำได้ง่ายดายในขณะที่คนอื่นอาจจะทำได้ยาก
ครูลูซี่บอกว่า จังหวะเหล่านี้เป็นจังหวะที่สะท้อนออกมาจากภายในของเรา และสะท้อนให้เห็นลักษณะของสังคมด้วย ตัวอย่างเช่น จังหวะ กระฉับกระเฉง(staccato) ซึ่งต้องออกท่าทางที่หนักแน่น ชัดเจน เด็ดขาด ไม่ลังเลสงสัย มีเป้าหมาย เปรียบได้กับสิ่งที่เป็นโครงสร้าง เป็นลักษณะของการมุ่งความสำเร็จ การเป็นคนเด็ดขาดหนักแน่น ไม่ค่อยประนีประนอม เป็นต้น ฉะนั้นแล้วแต่ละจังหวะที่เต้น ที่ชอบและทำได้ง่ายแตกต่างกันนั้นก็เป็นการชี้ให้เห็นชัดเจนขึ้นว่าตัวเองมีบุลักษณะเช่นไร การฝึกเต้นรำในจังหวะอื่นๆ ที่ตนไม่ถนัด ก็เป็นกระบวนการปรับความสมดุลของพลังชีวิตไปด้วย เพราะแต่ละท่าเป็นการแสดงออกถึงลักษณะของพลังที่แตกต่างกัน 
นอกจากเด็กๆ และคุณครูจะได้รู้จักตัวเองมากขึ้นแล้ว ยังได้ปลดปล่อยผ่อนคลายร่วมกัน โดยเฉพาะจากจังหวะปลดปล่อยหมดเปลือก (chaos) ที่คุณครูลูซี่เปิดเพลงมันๆ จังหวะคุ้มคลั่งแล้วแนะให้เด็กๆ และคุณครู เอาสติมาเกาะไว้ที่กายไล่ไปทีละส่วน แล้วก็ปล่อยให้ทุกส่วนของร่างกายโยกย้าย กระโดด กระโจน สะบัด ดิ้นกันให้สุดๆ โดยไม่ต้องไปควบคุมร่างกายว่าจะให้มันไปท่าไหน ไม่ต้องห่วงสวยห่วงหล่อ ห่วงทรงผม ปล่อยการควบคุมทุกอย่างแล้วให้สิ่งที่ถูกกดทับเอาไว้ภายในจากการควบคุมในชีวิตประจำวันได้หลุดออกมา เช่นความเครียด ความกังวล ความทุกข์โศกที่ถูกควบคุมกดทับเอาไว้เบื้องล่าง ปลดปล่อยให้มันออกมาผ่านการปลดปล่อยร่างกายที่ไร้การควบคุมจำกัด ลูซี่บอกว่า จังหวะนี้เปรียบเหมือนการเขย่าต้นไม้ ให้ใบไม้ร่วงลงมา คืออะไรที่อยู่ข้างในก็ให้มันหลุดออกมา ทั้งคุณครูและเด็กๆ ชอบจังหวะนี้กันใหญ่ เพราะคุณครูเองแม้จะมีจิตใจรักเด็ก ห่วงเด็ก แต่การทำงานก็มีเหนื่อยมีเครียดบ้าง เพราะการเป็นครูโรงเรียนหมู่บ้านเด็ก ไม่เหมือนครูโรงเรียนทั่วไป ที่นี่พวกเขาจะต้องอยู่กับเด็กเกือบตลอด ๒๔ ชั่วโมงตั้งแต่ตื่นนอนจนกระทั่งเข้านอน นอนบ้านเดียวกับเด็ก เล่นบทพ่อแม่ที่ต้องคอยดูแลยามป่วยไข้ไม่สบาย ดูแลให้อาบน้ำแปลงฟัน ฝึกฝนวินัยในการดูแลตัวเองและชุมชน ยามมีปัญหาอะไร ก็เป็นที่ปรึกษารับฟัง ฉะนั้นแล้วพวกเขาจะมีเวลาสำหรับปลดปล่อยความกังวล หรือสิ่งตกค้างในอารมณ์น้อยมาก เพราะแทบไม่มีเวลาอยู่คนเดียวเลย และการออกไปปลดปล่อยด้วยการดื่มกิน ดิ้นให้มันในร้านคาราโอเกะ ผับ บาร์ ก็ไม่เป็นที่นิยมของครูโรงเรียนหมู่บ้านเด็ก เพราะฉะนั้นแล้ว คุณครูเลยชอบจังหวะปลดปล่อยในปัญจลีลานี้กันมากทีเดียว แม้แต่เด็กๆ เองก็เช่นเดียวกัน เรียกได้ว่า เต้นไปกรี๊ดไปทีเดียว สำหรับเด็กๆ นั้นเราคงไม่ต้องพูดถึงว่าพวกเขาจะมีสิ่งที่ต้องการปลดปล่อยออกมากเพียงใด ด้วยเบื้องหลังชีวิตของแต่ละคนก็หนักหนาสาหัสกันทั้งนั้น 
คุณครูกับนักเรียนเลยกระโดดกันใหญ่ในจังหวะแห่งการปลดปล่อย แอบมองตาแม่แอ๊วแล้วรู้สึกว่า ลึกๆ ข้างในแม่แอ๊วร้องเชียร์อยู่ ‘เอาเลยลูก เอาเลย!!! ปลดปล่อยมันออกมา!!!' อีกสิ่งหนึ่ง ที่เป็นผลผลิตอันน่ารักของกิจกรรมนี้คือ คุณครูกับนักเรียนได้ใกล้ชิดกันแบบไม่ต้องมีมาดอะไร ลดสิ่งกีดขวางที่เป็นอุปสรรคต่อความสัมพันธ์ใกล้ชิด ลูซี่ทำกระบวนการเรียนรู้ได้ดี ให้เด็กนักเรียนกับคุณครูได้จับคู่เต้นรำกันตลอด และให้มีการเต้นรำที่เรียกว่าสวมบทละครด้วย เช่น ให้คนหนึ่งเต้นรำแสดงบทเฉิดฉายงดงาม อีกคนเต้นรำบทอัปลักษณ์ หรือคนหนึ่งเต้นรำบทหยิ่งยโส อีกคนรำบทหงอ เมื่อเปลี่ยนบทบาทกันไปเรื่อยก็เป็นอันไม่เหลือมาดอะไรต่อกันแล้ว และอันที่จริง ในจังหวะปลดปล่อยนั้น ก็เรียกได้ว่าคุณครูปลดปล่อยกันจนไม่เหลือมาดอะไรเลยอยู่แล้ว เด็กๆ วัยรุ่นก็ไม่เหลือมาดสวยมาดหล่อเช่นกัน
พอสิ้นสุดการอบรมในวันสุดท้าย ทั้งเด็ก ทั้งคุณครู รวมทั้งแม่แอ๊วเองรู้สึกพออกพอใจ ขอบอกขอบใจลูซี่กันใหญ่ และชักชวนขอให้กลับมาจัดอบรมแบบนี้ให้อีก ลูซี่ก็รับปากจะมาอีกแน่ๆ เพราะประทับใจบรรยากาศโรงเรียนหมู่บ้านเด็ก ทั้งเด็กๆ และคุณครูต่างก็น่ารักดีด้วย สองวันหลังจากการอบรม ลูซี่ก็ขึ้นเครื่องบินกลับประเทศฝรั่งเศส และจะมาอีกคราวหน้าราวๆ เดือนมกราคม - มีนาคม หากชุมชนไหนอยากจะมีกิจกรรมทำร่วมกันภายในชุมชนของตน เป็นกิจกรรมที่สนุก เกิดสมาธิ มีการปลดปล่อยและการเยียวยา และได้เชื่อมความสัมพันธ์ภายในชุมชน สนใจกิจกรรมปัญจลีลาสอนโดยคุณครูลูซี่ ก็คอยติดตามข่าวสารจากเว็บไซต์ของเสมสิกขาลัยได้เมื่อใกล้ถึงช่วงเวลานั้น สนใจงานของลูซี่ดูได้ที http://www.dancingacrossborders.com เฉพาะสมาชิกเท่านั้นที่แสดงความคิดเห็นได้ กรุณาเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิก Powered by AkoComment 2.0! |