|
 เพราะโลกต้องการครู ผู้เลือกทางเลือกลิขิต จึงครูผู้อุทิศ จิตวิญญาณมิสั่นคลอน ท่ามกลางอิฐศิลา การศึกษาอันผุกร่อน หนึ่งรัชนีสะท้อน ธงไชยสะบัดชัดตัวตน
บางส่วนของบทกวีข้างต้นที่ ศิวกานต์ ปทุมสูต กล่าวถึง รัชนี ธงไชย ซึ่งเป็นชื่อที่รู้จักกันดีในวงการการศึกษาทางเลือก เธอเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันและสร้างโรงเรียนหมู่บ้านเด็กขึ้น ที่จังหวัดกาญจนบุรี เธอเริ่มต้นจากความใฝ่ฝันอันงดงามที่ตั้งใจจะสร้างให้ที่นี่เป็นโรงเรียนที่เป็นชุมชน เป็นที่ทดแทนสิ่งที่ครอบครัว ชุมชน หรือสังคมไม่สามารถให้เด็กได้ นั่นก็คือ ความรัก ความเข้าใจ ความอบอุ่น และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง "สิทธิ และเสรีภาพ" เธอได้ศึกษาและสร้างให้ที่แห่งนี้เป็นทั้งที่เลี้ยงดูและให้การศึกษาแก่เด็ก ซึ่งกลุ่มเป้าหมายหลักที่เข้ามาอยู่ที่นี่คือ กลุ่มเด็กด้อยโอกาส ถูกพ่อแม่ทอดทิ้งบ้าง ถูกกระทำด้วยความรุนแรงบ้าง หรือครอบครัวยากจนไม่สามารถเลี้ยงดูได้บ้าง
 รัชนี ธงไชย เป็นคนที่มีความศรัทธาในความเป็นครู และยึดถือการปฏิบัติกับเด็กด้วยความรักมาตลอดเวลา ทั้ง ๆ ที่สมัยนี้เมื่อเด็กมีปัญหามักจะลงโทษเด็กด้วยความรุนแรง โดยไม่ศึกษาหาเหตุที่แท้จริง ด้วยที่เธอเป็นคนที่มีความกล้าหาญทางจริยธรรม ยืนหยัดอยู่ข้างความถูกต้องมาโดยตลอด เมื่อลาออกจากระบบราชการ มาเป็นครูใหญ่โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก ซึ่งเป็นโรงเรียนเด็กกำพร้า ก็ตัดสินใจเอาลูก 2 คนมาอยู่ด้วย เธอจึงทุ่มเทชีวิตให้อย่างจริงจัง โดยไม่กลัวว่าลูก ๆ จะหมดโอกาสที่จะไต่เต้าแข่งดี เพื่อไปเป็นเจ้าคนนายคนต่อไป การทำงานของแม่แอ๊ว ถือได้ว่าเป็นนักปฏิบัติที่อุทิศตน เธอเริ่มต้นจากชีวิตนักศึกษาที่ไม่ได้สนใจในเรื่องราวปัญหาของสังคมเลย มาจนกระทั่งเป็นเสาหลักสำคัญของโรงเรียนหมู่บ้านเด็ก ชีวิตแม่แอ๊ว เหมือนกระแสธารที่ค่อย ๆ ไหลไปสู่ทะเลตามลำดับ เป็นการสะสมความดีงามที่สม่ำเสมอ หนักแน่น และมั่นคง สำหรับงานซึ่งเป็นชีวิตและหัวใจของเธอที่โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก เธอได้แผ่ความรักความเมตตาให้แก่ทุกชีวิตในหมู่บ้านเด็ก โดยเฉพาะเด็ก ๆ เด็กเหล่านี้หลายคนขาดความรักมาตั้งแต่เกิด จึงโหยหาความรักเป็นอย่างยิ่ง ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าความรักที่แม่แอ๊วให้แก่พวกเขาอย่างแทบจะไม่มีเงื่อนไขและด้วยความอดทนอย่างยิ่ง เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยเยียวยาจิตใจของพวกเขา จนช่วยให้เขาเหล่านั้นเห็นคุณค่าและค้นพบศักยภาพในตน สามารถรักตนเองและเผื่อแผ่ความรักให้แก่ผู้อื่นตลอดจนสรรพสัตว์ได้ ครูแอ๊ว จึงเป็น "แม่แอ๊ว"ในหัวใจของเด็กเหล่านั้น เธอได้พิสูจน์ให้เห็นว่าความรักนั้นเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของมนุษย์ และเสรีภาพก็มีความสำคัญพอ ๆ กันในการพัฒนาศักยภาพของผู้คน ไม่จำเพาะในทางสติปัญญาเท่านั้น แต่รวมถึงวุฒิภาวะในทางอารมณ์ มีเรื่องราวอันน่าประทับใจมากมายที่เกิดขึ้นกับเด็ก ๆ ในหมู่บ้านเด็ก ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนจำนวนไม่น้อยนำแนวคิดดังกล่าวไปใช้กับครอบครัวของตน หรือกับโรงเรียนที่ตนได้ริเริ่มขึ้นในรูปแบบที่หลากหลาย พระไพศาล วิสาโล พระนักคิด นักพัฒนาสังคม ได้กล่าวถึงแม่แอ๊วในบทบาทครูของเด็กผู้ยากไร้ว่า "ครูแอ๊วไม่เพียงอยู่ในหัวใจของเด็ก ๆ แห่งหมู่บ้านเด็กเท่านั้น หากยังสร้างความประทับใจให้แก่หนุ่มสาวจำนวนมากที่ได้มีโอกาสมาใช้ชีวิตช่วงหนึ่งที่หมู่บ้านเด็ก หลายคนชื่นชมในความรักและเสียสละของครูแอ๊วที่มีต่อเด็ก ๆ ราวกับเป็นลูกของตนเอง ตลอดจนน้ำใจที่มีต่อเพื่อนร่วมงาน แบบอย่างอันงดงามดังกล่าวช่วยรินเติมความรักในหัวใจของพวกเขา และสามารถที่จะแบ่งปันให้แก่เด็ก ๆ ได้อย่างที่ตนเองอาจนึกไม่ถึงว่าจะทำได้เช่นนั้น" และจากบางเสี้ยวความคิดของ ชัยณรงค์ ฉิมชูใจ ครูใหญ่โรงเรียนอนุบาลหมู่บ้านเด็ก สานรัก และเป็นอดีตลูกศิษย์ของโรงเรียนหมู่บ้านเด็ก พูดถึงครูและแม่ของเขาว่า "ความเป็นครู ความเป็นแม่ ทำให้ผมรู้สึกว่าแม่แอ๊วมีความเป็นกัลยาณมิตรอยู่ในตัว เป็นกัลยาณมิตรกับผู้ใหญ่ เด็ก และสิ่งแวดล้อม เป็นนักต่อสู้เพื่อเด็กกำพร้ายากจนด้อยโอกาสทางการศึกษา และมีความเป็นอยู่ท่ามกลางสังคมสิ่งแวดล้อมที่เลวร้าย แม่แอ๊วนำเด็กเหล่านี้มาอยู่ด้วยเพื่อสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ และแม่แอ๊วยังเป็นนักต่อสู้เพื่อความยุติธรรมเรียกร้องเรื่องสิทธิให้กับเด็กเรื่องการศึกษา มีใจเป็นธรรมชาติ คือธรรมชาติที่พร้อมจะรับสิ่งต่างๆที่จะเกิดขึ้นและพร้อมที่จะรับสิ่งต่างๆ เหล่านั้นไว้ ส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดสิ่งที่ดีงามช่วยเหลือเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน เพื่อให้เกิดพลังที่จะขับเคลื่อนตามเป้าหมายและอุดมการณ์" เราจะเห็นได้ว่าฐานะหนึ่งที่แม่แอ๊วสวมเข้าไปทั้งเนื้อตัวหัวใจและไม่เคยวางเลย นับแต่ก่อตั้งโรงเรียนหมู่บ้านเด็ก โดยไม่ต้องอ้างอิงปรัชญาใดๆ คือฐานะแม่ แม่ที่อยากเห็นลูกๆ มีความสุข เติบโตอย่างงดงาม เป็นตัวของตัวเอง เข้าใจตนเอง สังคมและโลก แม่ที่พร้อมจะรับฟังลูกๆ เสมอ ยืนอยู่ข้างลูกเสมอเพื่อปกป้องเขาจากความรุนแรงและการคุกคามใดๆ แม่ที่คอยจับตาดูลูกๆ อย่างไม่รู้จบแม้ลูกจะโบยบินออกจากรังไปไกลเพียงใด อ้าแขนรับเสมอเมื่อลูกๆ ต้องการกำลังใจ แหล่งพักพิง และคำปรึกษา แม่ที่ไม่มีความเกลียดชังอยู่ในหัวใจ จนสำหรับเด็กๆ หมู่บ้านเด็กแล้วคำว่า "แม่แอ๊ว" มีความหมายในตัวมันเองคือ ความรักและความเข้าใจ ด้วยหัวใจของความเป็นแม่นี้ และในวาระที่ รัชนี ธงไชย หรือ แม่แอ๊ว จะมีอายุครบ 60 ปี ในเดือนมิถุนายน ปี 2551 นี้ ทางมูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป ร่วมกับองค์กรต่าง ๆ จัดกิจกรรมในวาระดังกล่าวขึ้น ในประเด็น "กว่า 3 ทศวรรษ การศึกษาทางเลือกไทย : สู่เป้าหมาย สู่ความสำเร็จ" ในวันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน 2551 ณ เรือนร้อยฉนำ สวนเงินมีมา ถนนเจริญนคร คลองสาน กรุงเทพฯ 
ซึ่ง สำอาง สอดศรี ผู้ประสานงานกิจกรรมครั้งนี้ บอกถึงรายละเอียดงานในครั้งนี้ว่า "เราจัดให้มีการเสวนาเรื่อง"บทบาทสตรี ในการปลุกมโนธรรมสำนึกของชนชั้นกลาง" และการเสวนาเรื่อง"การศึกษาทางเลือกในปัจจุบัน และอนาคต จะเป็นอย่างไร?" รวมทั้งนิทรรศการชีวิตและงานของรัชนี ธงไชย การแสดงงานวัฒนธรรมจากโรงเรียนหมู่บ้านเด็กและอนุบาลสานรัก ซึ่งสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ 02-438-9331-2 หรือ http://www.semsikkha.org/" แม่แอ๊ว ได้บุกเบิกถากถางเส้นทางการศึกษาไทยที่แทบจะสิ้นหวังและแสนยากลำบาก ให้เป็นเส้นทางการศึกษาทางเลือกที่เริ่มมีความหวัง เพื่อให้ผู้คนรุ่นหลังๆ ได้เดินก้าวตาม แม้เส้นทางนี้จะอีกยาวไกล แต่ก็ถูกบันทึกไว้ด้วยมิตรภาพและกำลังใจ เพื่อให้คนรุ่นใหม่ที่ต้องการก้าวเข้ามาร่วมสานฝันเส้นทางนี้ ร่วมใจกันสร้างสรรค์การศึกษาทางเลือกให้เป็นการศึกษาทางหลักให้จงได้... ในสักวันหนึ่ง เพื่อเดินตามรอยทางของ รัชนี ธงไชย แม่และครูที่แท้จริงของเด็กยากไร้ในสังคมไทย. เฉพาะสมาชิกเท่านั้นที่แสดงความคิดเห็นได้ กรุณาเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิก Powered by AkoComment 2.0! |