|
หลายครั้งเมื่อเอ่ยเรื่องแมคโครไบโอติกส์ให้ใครๆฟัง หลายคนมักจะทำท่าสนใจ แต่พอฟังได้สักพัก ก็จะเกิดคำถามประมาณว่า "ดีจัง มีขายที่ไหน" พอพูดถึงขั้นปฏิบัติก็ส่ายหน้า "เวลาไม่พอ"
เคยได้คุยกับคุณแม่นักบริหารหลายท่าน เธอเหล่านั้นมักมีความปรารถนาดีอยากดูแลคนในครอบครัวโดยเฉพาะประเด็นเรื่องอาหารการกิน ปัญหามีเพียงประการเดียวคือ "ไม่มีเวลา" หลายคนควานหาพี่เลี้ยง แม่ครัว นำคนเหล่านั้นเข้าฝึกอบรม แต่หลายหนก็สูญเปล่า ....ครั้นถามกลับไปว่า ก็แล้วทำไมจึงไม่เรียนเอง ทำเองเลยล่ะ ปัญหาก็วกกลับอีก "ไม่มีเวลา" เอ๊...เวลามันหายไปไหนหมดนะ ... ฉันเองก็เป็นลูกจ้าง ทำงานในเมืองหลวง เข้าใจดีถึงคำว่า ไม่มีเวลา มานั่งนึกทบทวนดูก็พบว่า จริงๆ แล้วที่เราว่า "ไม่มีเวลา" เป็นเพราะเรารีบ เราคิดไปเอง เราใช้เวลาหมดไปกับอนาคต เพื่อให้เรามีเวลา จึงควรจะได้ทบทวนว่า เราจะใช้เวลาอย่างไร กับอะไร อย่างการหุงข้าวแบบแมคโครไบโอติกส์ที่แนะนำให้ใช้หม้ออัดความดัน (pressure cooker) หรือหม้อแสตนเลส ห้ามใช้หม้อหุงข้าวไฟฟ้า หลายคนฟังเท่านี้ก็รู้สึกว่า ยุ่งยากและเปลืองเวลา แต่ความเป็นจริงก็คือว่า การหุงข้าวโดยวิธีนี้เราใช้เวลาเท่าเดิม คือ 40-50 นาที (ข้าวกล้อง) สิ่งที่ทำมากกว่ามีเพียง เปิดแก๊ส หรี่ไฟ แล้วดับไฟ เท่านั้นเอง แต่คุณภาพของข้าวแตกต่างกันมาก อร่อยกว่า ดีกว่า ชัดเจน หลักสำคัญการปรุงอาหารแมคโครไบโอติกส์มากกว่าวัตถุดิบคือตัวแม่ครัว ผู้ปรุงอาหาร และข้อสำคัญศาสตร์แมคโครไบโอติกส์ระบุว่า อย่าทำอาหารด้วยความรีบร้อน โมโหฉุนเฉียว เพราะมันจะทำให้พลังของอาหารมื้อนั้นเป็นพลังลบ แม่ครัวจะต้องเตรียมอาหารด้วยความสงบ ใส่ความรักและเปี่ยมด้วยความกรุณา ปรารถนาให้คนกินมีความสุข คนที่เริ่มรับประทานอาหารแมคโครไบโอติกส์ใหม่ๆ มักจะบ่นว่า "จืด" นั่นเป็นเพราะลิ้นของเรายังรับรสชาติที่ละเอียดมากๆ ไม่ได้ วิธีแก้คือ ให้เคี้ยวนานๆ เราจะรับรสอาหารดีขึ้น อร่อยขึ้น หลายครั้งที่ฉันฟังคำปรารภเหล่านี้ ทำให้นึกไปว่า อาหารแมคโครไบโอติกส์นั้น ลำพังรับรสด้วยลิ้นคงไม่เพียงพอ ครั้นจะบอกว่าให้รับประทานอาหารด้วยสมอง(รู้ว่ามันดีก็กินๆ เข้าไป) ก็ดูจะแห้งแล้งไปหน่อย เราคงใช้หัวใจรับประทานด้วยมั้งคะ คือตระหนักรู้ว่าอาหารที่เราได้มานั้น ผ่านมือใครบ้างชาวไร่ ชาวนา ผ่านความรัก ความกรุณาจากใครต่อใคร ถ้าเราทำอาหารกินเอง ก็ขอให้ภาคภูมิใจว่ายังมีแรงมีกำลัง มีบ้านมีครัว ถ้าโชคดีกว่านั้น มีคนทำให้กิน ก็ถือเป็นพรอันประเสริฐ ฉันเองเป็นคนทำกับข้าวไม่เก่ง จะเรียกว่าทำไม่เป็นก็ได้ เพื่อนฝูงหลายรายล้อเลียน อำ และขำกลิ้งเมื่อฉันเล่าเรื่องการหัดทำกับข้าว โชคดีที่อาหารแมคโครไบโอติกส์เน้นการปรุงที่เรียบง่าย แทบจะไม่ปรุง เล่าแบ่งประสบการณ์เพื่อเป็นกำลังใจว่า แมคโครไบโอติกส์นั้นง่ายกว่าที่หลายคนคิด หลายคนจินตนาการ ขอเพียงลงมือทำค่ะไม่ยาก ไม่ต้องกังวลเรื่องรสชาติค่ะ (ก็บอกแล้วว่าให้รับประทานด้วยหัวใจ) รสชาติที่ดีนั้นคือ รสมือ นะคะ ไม่ใช่รสดีที่มีขายตามท้องตลาดทั่วไป เราควรหันมาให้ความสำคัญกับรสชาติที่แตกต่างของ รสมือ แทนความเคยชินจาก "รสชาติเป็นหนึ่งเดียวทั่วโลก" อะไรที่เหมือนๆ กันไปหมดมันขาดเสน่ห์ ชีวิตที่ดีก็ขอเพียงให้มีเวลา ให้มีความเนิบช้า มีเวลาในการเคี้ยวการกลืน แมคโครไบโอติกส์เป็นเรื่องการใช้ชีวิตค่ะ เพียงแค่เรื่องปรุง เรื่องทำ เรื่องเคี้ยว การใช้เวลาระหว่างมื้ออาหาร เพียงเรื่องง่ายๆ เท่านี้ถ้าลองฝึกดู ก็จะรู้และสัมผัสได้ถึง "เวลา" ยังไม่ต้องนับว่า ถ้าเราช้าๆ กับชีวิตขณะอื่นๆ อีกจะวิเศษสักแค่ไหน บางทีนะคะ บางวัน บางท่านอาจได้ลองหันมาหัดปลูกสระแหน่ลงกระถาง ปักชำโหระพา มองดูดอกไม้ใบหญ้า ไปตามเรื่อง ก็จะรู้สึกผ่อนคลาย และเบิกบานได้ง่ายๆ ในแนวทางวิถีนี้ .......................................... เฉพาะสมาชิกเท่านั้นที่แสดงความคิดเห็นได้ กรุณาเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิก Powered by AkoComment 2.0! |