|
รำลึกครบรอบวันอนิจกรรม ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ประจำปี 2551 หากเกิดคำถามขึ้นในสังคมไทยว่า สันติประชาธรรม ที่แท้จริงจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ เพราะในสังคมที่มีประชาธรรม เราจะต้องแก้ไขปัญหาเรื่องช่องว่างหรือความแตกต่างระหว่างรัฐบาลกับประชาชน เจ้าหน้าที่กับราษฏร หญิงหรือชาย คนมีกับคนจน ท้องถิ่นที่อุดมกับท้องถิ่นที่กันดาร การมีโอกาสศึกษากับการปราศจากโอกาส ฯลฯ ทั้งนี้มิได้เกิดจากลัทธิการเมืองหรือลัทธิอื่นใด แต่เป็นเรื่องของความชอบธรรม ความเมตตากรุณา การเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน การปรองดองกัน การมีอิสระที่จะรวมตัวกันเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน รวมทั้งความสำนึกถึงศักดิ์ศรีของมนุษย์แต่ละคน ย่อมสามารถช่วยให้เราแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่ว่านั้นได้โดยสันติภาพ แต่สำหรับสังคมไทยในปัจจุบัน เราคงต้องทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นกับสังคมในช่วงที่ผ่านมา ท่ามกลางกระแสบ้านเมืองที่ร้อนแรงอย่างเชี่ยวกรากนั้น เรื่องประชาธิปไตยกับความเป็นธรรม เป็นปัญหาใหญ่ที่กำลังเผชิญหน้าสังคมไทยวันนี้ และเราสามารถที่จะเห็นได้ว่าอุปสรรคสำคัญของหลักประชาธิปไตย คือ ความโลภ กับ ความทระนงนึกว่าตนวิเศษอีกอย่างหนึ่ง ทำให้สังคมเพิกเฉยต่อการทำลายซึ่งสิทธิ และศักดิ์ของผู้อื่น สิ่งเหล่านี้เองถือเป็นการเหนี่ยวรั้งไว้ไม่ให้โอกาสที่ชาติบ้านเมืองจะเจริญพัฒนาได้โดยสมบูรณ์
อาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ เป็นบุคคลหนึ่งที่คำนึงถึงประชาธรรมโดยสันติเสมอมา โดยท่านพยายามนำมาประพฤติปฏิบัติ ตั้งแต่เมื่อท่านยังเป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ครั้นเมื่อท่านมาเป็นอธิการบดีนั้น ดูจะช้าไปเสียแล้วสำหรับสันติประชาธรรม จนท่านต้องลาจากบ้านเมืองไป และไปเสียชีวิตในต่างแดน ดุจดัง นายปรีดี พนมยงค์ ผู้เป็นปิยาจารย์ของท่าน แต่ถึงกระนั้น ท่านก็มีจุดยืนที่ชัดเจนทางแนวคิด "สันติประชาธรรม" ดังที่ท่านเขียนบันทึก ไว้ว่า “ถ้ายึดมั่นในหลักประชาธรรมแล้ว ไม่มีวิธีอื่นใดเพื่อได้มาซึ่งประชาธรรม นอกจากสันติวิธี การใช้อาวุธขู่เข็ญประหัตประหารกันเพื่อประชาธรรมนั้น แม้จะสำเร็จอาจจะได้ผลก็เพียงชั่วครู่ชั่วยาม จะไม่ได้ประชาธรรมถาวร เมื่อฝ่ายหนึ่งใช้อาวุธแล้ว อีกฝ่ายหนึ่งแพ้ ก็ย่อมคิดใช้อาวุธโต้ตอบ เมื่ออาวุธปะทะกันแล้วจะรักษาประชาธรรมไว้ได้อย่างไร สันติวิธีเพื่อประชาธรรมนั้น เมื่อใช้กับฝ่ายที่มีอาวุธ ก็ไม่แน่ว่าจะกระทำได้สำเร็จ และแม้จะสำเร็จก็ต้องใช้เวลานานเช่น มหาตมคานธีใช้กับอังกฤษต้องระกำลำบาก ต้องมานะอดทนเด็ดเดี่ยว ต้องอาศัยความกล้าหาญมากกว่าผู้ที่ใช้อาวุธ เพราะมือเปล่าต้องเผชิญกับอาวุธ “
และในวาระครบรอบ 9 ปี แห่งการจากไปของอาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์นี้ ทาง ป๋วยเสวนาคาร ได้จัดให้มีการสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดทางปัญญา เพื่อหาทางออกให้สังคมได้สะท้อนถึง สันติประชาธรรม อันเป็นหลักแห่งปรัชญาการเมืองของอาจารย์ป๋วยอย่างแท้จริง และเป็นคำตอบต่อคำถามที่ว่า “อะไรคือเป้าหมายและวิธีการที่เหมาะสมสำหรับสังคมไทย?” กับสถานการณ์บ้านเมืองที่กำลังร้อนระอุอยู่ในขณะนี้ โดยจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 26 กรกฏาคม 2551 เวลา 15.00-18.00 น. ณ ป๋วยเสวนาคาร ฝั่งโรงเรียนวัดปทุมคงคา ถนนทรงวาด สัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ ทั้งนี้ อ.บัณฑร อ่อนดำ ประธานกรรมการ ป๋วยเสวนาคาร ได้บอกถึงรายละเอียดงานว่า "เราคิดร่วมกันว่า ทำอย่างไรบ้านเมืองเราถึงจะมีรัฐธรรมนูญที่มีรูปและสาระเข้าหลักประชาธรรม และเพื่อเรียนรู้ทัศนะทางการเมืองและจริยธรรม ตามแบบอย่าง อ.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ จึงได้จัดให้มีการเสวนาในหัวข้อ "สันติประชาธรรมกับสถานการณ์ปัจจุบัน" ซึ่งเราได้เชิญ คุณสุรสีห์ โกศลนาวิน กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ คุณกมล กมลตระกูล นักวิจัย นักเขียนประจำหนังสือพิมพ์ คมชัดลึก คุณเอ้ด ภิรมย์ ตัวแทนประชาชนที่สนใจงานพัฒนาสังคม การเมือง และคุณพงศ์จรัส รวยร่ำ อนุกรรมการสิทธิมนุษยชนในกระบวนการยุติธรรม โดยมีคุณชาญวิทย์ อร่ามฤทธิ์ นักจัดรายการวิทยุที่มีหัวใจเพื่อความเป็นธรรมในสังคม ดำเนินรายการ และสุดท้ายร่วมฟังการกล่าวปิดจาก อ.สุลักษณ์ ศิวรักษ์ ผู้ก่อตั้งป๋วยเสวนาคาร " สำหรับท่านที่สนใจเข้าร่วมแลกเปลี่ยนการเสวนา เพื่อให้ประทีปแห่งเสรีภาพคงส่องสว่างอยู่ตลอดไปไม่เลือนราง มาร่วมคิด ร่วมเรียกร้องประชาธรรมให้เกิดขึ้นได้อย่างแท้จริงในสังคม สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ 083-2249867 /02-438-9331-2 หรือ www.semsikkha.org ป๋วยเสวนาคาร ในสังกัดมูลนิธิเสถียรโกเศศ-นาคะประทีป เฉพาะสมาชิกเท่านั้นที่แสดงความคิดเห็นได้ กรุณาเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิก Powered by AkoComment 2.0! |