+ + + + + ยินดีต้อนรับสู่ www.semsikkha.org + + + + + + + + + + ยินดีต้อนรับสู่ www.semsikkha.org + + + + +
ปฏิทินกิจกรรม
พฤศจิกายน 2008 ธันวาคม 2008
สัปดาห์ที่ 44 1
สัปดาห์ที่ 45 2 3 4 5 6 7 8
สัปดาห์ที่ 46 9 10 11 12 13 14 15
สัปดาห์ที่ 47 16 17 18 19 20 21 22
สัปดาห์ที่ 48 23 24 25 26 27 28 29
สัปดาห์ที่ 49 30
Login Form
ชื่อผู้ใช้

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อกอิน
ลืมรหัสผ่าน?
ยังไม่ได้ลงทะเบียน? ลงทะเบียนใหม่
เครือข่ายของเรา
Baandin.org
Sulak-sivaraksa.org
suan-spirit.com
siambaandin
semsikkhalai
สำนักพิมพ์เสมสิกขาลัย
สถาบันต้นกล้า
เสขิยธรรม
มันตรานิวาส
ป๋วยเสวนาคาร
ตัวกูของกู มิวสิค
wechange555.com
INEB
เคล็ดไทย

สนใจแลกลิงค์




ชีวิตและแมคโครไบโอติกส์ : Alive Food PDF พิมพ์ ส่งเมล
เขียนโดย สิริวงษ์   

ก่อนหน้านี้ฉันคิดว่าจะคุยประเด็นอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับอาหารบ้าง เพราะแมคโครไบโอติกส์นั้นไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะเรื่องอาหารการกิน แต่รวมถึงวิถีชีวิตในหลายๆ ด้านด้วย เช่นเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน เสื้อผ้า เครื่องครัว แต่แล้วก็มีเหตุบางอย่างทำให้ฉันยังคงต้องเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับอาหารอยู่ดี

 

เมื่อเร็วๆ นี้ ฉันได้อ่านนิตยสารฉบับหนึ่งแล้วพบหัวข้อ"กระบวนการผลิตกลูตาเมตจากธรรมชาติ"  เพียงแค่ชื่อก็น่าสนใจแล้ว เพราะตามความรู้งูๆ ปลาๆ ฉันเข้าใจว่าผลิตขึ้นจากการสังเคราะห์ด้วยกระบวนการเคมี

ข้อความโดยย่อมีดังนี้ค่ะ

"...บางคนเข้าใจผิดว่า ‘ผงชูรส' เป็นสารที่ปรุงแต่งโดยกระบวนการธรรมชาติจนไม่น่ารับประทาน แต่แท้จริงแล้ว ผงชูรสนั้นผลิตมาจากมันสำปะหลัง กากน้ำตาลจากอ้อย  โดยเริ่มจาก การนำเอาแป้งมันสำปะหลังมาทำการย่อยสลายโดยการเติมเอนไซม์เพื่อเปลี่ยนแป้งให้กลายเป็นน้ำตาลกลูโคส ส่วนกากน้ำตาลจะต้องนำไปผ่านขั้นตอนแยกตะกอน แล้วจึงน้ำไปผ่านขั้นตอนการผลิตจนเป็น โมลาสบริสุทธิ์ ...จากนั้นนำมาหมักซึ่งจุลินทรีย์จะเปลี่ยนกลูโคสให้กลายเป็นกรดกลูตามิก แล้วนำไปปรับค่าความเป็นกรด-ด่าง แล้วกลายเป็นสารละลายโมโนโซเดียมกลูตาเมต แล้วนำไปผ่านขั้นตอนดูดซับกลิ่นสี ระเหยน้ำออก จนได้เป็น ผลึกโมโนโซเดียมกลูตาเมตบริสุทธิ์ แล้วจึงนำไปอบแห้ง คัดขนาด แล้วบรรจุเพื่อจำหน่าย...."

ค่ะ ฉันเข้าใจผิดไปจริงๆ ... ความจริงฉันอยากจะแทนที่คำที่ไฮไลท์เอาไว้ ด้วยศัพท์เทคนิคของชาว Food Science  ให้เห็นๆ กันไปเลยว่า "กระบวนการ" ที่ว่า มันธรรมชาติอย่างไร...แต่อย่าดีกว่า เดี๋ยวคอลัมน์นี้จะถูกปาระเบิด ที่ผ่านมา ฉันเองก็พูดถึงคำว่า "อาหารธรรมชาติ" อยู่หลายครั้ง จนมาอ่านบทความนี้เข้า ทำเอา "อึ้ง อึ้ง อึ้ง" คือฉันก็ไม่รู้จะไปเถียงอะไรนะคะ เอาเป็นว่า  "อาหารธรรมชาติ" ในความหมายของดิฉัน ไม่ได้หมายความเช่นนี้ 

อาหารธรรมชาติในความหมายของแมคโครไบโอติกส์ หมายถึงอาหารที่คงความสด ยังคงมีพลังชีวิต ให้พลังงานซึ่งไม่ได้หมายความเพียงแค่ energy ที่วัดได้เป็นกิโลแคลอรี่ เท่านั้น แต่เป็นพลังของชีวิตพลังแห่งความสดชื่น ชุ่มฉ่ำ เบิกบาน ซึ่งเราจะรู้สึกได้เมื่อรับประทานอาหารธรรมชาติ  

อะไรคือพลังชีวิต

ฉันอยากอธิบายง่ายๆ พื้นๆ ว่า เป็นพลังที่ฟื้นฟูการดำรงอยู่ของชีวิต ความกระปรี้กระเปร่า การดิ้นรนต่อสู้เพื่อสิ่งที่ดีกว่า เคยมีคนยกตัวอย่างว่า พลังชีวิตก็คือพลังที่เมล็ดพันธุ์พืชสามารถเอาชนะแรงโน้มถ่วงของโลก หยัดกายขึ้นเหนือผืนดิน นั้นแล

อาหารที่ยังคงมีพลังชีวิตก็คืออาหารที่ยังคงให้สิ่งเหล่านี้กับผู้คน ซึ่งแน่นอนว่า มันเป็นค่าของการเปรียบเทียบ โดยแมคโครไบโอติกส์ใช้หลักเกณฑ์ว่า อาหารพื้นฐานที่มาจากแม่ธรรมชาติ (Mother Earth) โดยตรงจะเปี่ยมพลังมากกว่า ดังนั้นพืชจะให้พลังชีวิตที่ดีกว่าเนื้อสัตว์ (เพราะสัตว์กินพืช ถือเป็นขั้นต่อมาจากแม่ธรรมชาติ) หรือในกรณี น้ำดื่ม แมคโครไบโอติกส์เชื่อว่า น้ำฝน หรือน้ำจากลำธาร ถือว่ามีพลังชีวิตมากกว่าน้ำประปา น้ำดิบมีพลังชีวิตมากกว่าน้ำต้มสุก และน้ำต้มสุกมีพลังมากกว่าน้ำต้มสุกค้างคืน ทำนองนี้

สำหรับอาหารประเภท ธัญพืช อันได้แก่ ข้าว ถั่วต่างๆ นั้น โดยเฉพาะข้าวกล้อง หรือธัญพืชครบรูป ถือกันว่าเป็นอาหารอันเปี่ยมพลัง เนื่องจากอาหารเหล่านี้เป็นอาหารพื้นฐานและยังสามารถงอกเป็นต้นอ่อนแพร่พันธุ์ต่อไปได้อีกด้วย ซึ่งในกลุ่มธัญพืชนี้ก็มีการลดหลั่นของระดับพลังงานด้วย เช่นข้าวกล้องถือว่ามีพลังชีวิตมากกว่าข้าวขัดขาว ข้าวขัดขาวมีพลังชีวิตมากกว่าข้าวหุงสำเร็จ(ข้าวกระป๋อง)

อาหารที่ให้พลังชีวิตนั้นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงผักสด ข้าวกล้อง ต้นอ่อน เท่านั้น แต่แมคโครไบโอติกส์ยังให้ความสำคัญกับเอนไซม์ และจุลินทรีย์ด้วย ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่าในสำรับอาหารแม็คโครไบโอติกส์  จะต้องมี กิมจิ หรือผักดอง อยู่ด้วยเสมอ( ซึ่งตรงนี้จะคล้ายกับสำรับอาหารของชาวอิสาน และคนภาคกลางในบางท้องถิ่น ของบ้านเรา)  ผักดองเหล่านี้เป็นตัวช่วยย่อยอย่างดีสำหรับผู้ที่ระบบย่อยไม่แข็งแรง ผู้ที่รับประทานผักสดไม่ได้ มีอาการอืด เฟ้อ ผักดองจะช่วยลดอาการเหล่านี้ แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายรวมถึงผักดองอุตสาหกรรมนะคะ แต่เป็นผักดองที่ค่อนข้างสดใหม่ อาจาด ผักเสี้ยนดอง หรือผักดองของชาวอิสาน เป็นตัวอย่างของอาหารกลุ่มนี้ (หากมีโอกาสคราวต่อๆ ไปฉันจะแลกเปลี่ยนวิธีการทำผักดองอย่างง่ายๆ ไว้รับประทานเอง)

มิโสะ ซีอิ๊ว(หรือโชยุ) ที่ใช้ปรุงอาหารนั้น ตามหลักการแล้ว เครื่องปรุงเหล่านี้ไม่ควรผ่านกรรมวิธีพาสเจอร์ไรส์ หรือการใช้สารกันบูด ควรผลิตมาจากกรรมวิธีดั้งเดิมที่มีการคัดเชื้อจุลินทรีย์ตามธรรมชาติ เก็บในที่สะอาดอุณหภูมิที่เหมาะสม ซึ่งในส่วนตรงนี้ก็จะคล้ายกับการเก็บถั่วเน่า เทมเป้ หรือแม้กระทั่งเต้าเจี้ยว ของชาวเหนือบ้านเรา

สรุปโดยย่อก็คืออาหารธรรมชาตินั้น ปรุงแต่งแต่น้อย ไม่ผ่านกรรมวิธี (non processing) หรือผ่านกรรมวิธีให้น้อยที่สุด คงรูปเดิมไว้ให้มากที่สุด สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่เราควรคำนึงถึงไว้เสมอก็คือ อาหารที่มีชีวิตนั้น บูดเน่าได้ แปรเปลี่ยน เป็นไปตามเงื่อนไขธรรมชาติ ส่วนอาหารที่ไม่เน่าเสีย คืออาหารที่ผิดธรรมชาตินะคะ

มีอีกเรื่องที่ฉันอยากเล่าสู่กันฟัง ...เมื่อต้นเดือน ก.ค.นี้ ฉันได้คุยโทรศัพท์กับสุภาพสตรีท่านหนึ่ง มันกำเนิดจากความบังเอิญที่น้องสาวคนที่รับสายคนแรกไม่สามารถตอบคำถามบางอย่างให้กับเธอได้ จึงโอนสายมาให้ฉันคุย เรื่องของเรื่องก็คือสุภาพสตรีท่านนี้ต้องการทราบรายละเอียดเกี่ยวกับ มิโสะธรรมชาติ นอกจากเธอจะซักถามเกี่ยวกับกรรมวิธีการผลิต วัตถุดิบ ส่วนผสมแล้ว เธอยังมีความกังวลด้วยว่า ในกระบวนการขนส่งจากประเทศญี่ปุ่นมาถึงประเทศไทยนั้นจะมีขั้นตอนอย่างไรในการถนอมรักษา "ในเรือร้อนมากนะหนู"  จากนั้นเธอได้ถามต่อไปว่า จากท่าเรือมายังที่แบ่งบรรจุนั้นใช้รถขนส่งอะไร ห้องเย็นหรือเปล่า อุณหภูมิเท่าไร แล้วเธอก็ถามต่อไปว่า ในสถานที่แบ่งบรรจุนั้นมีการตรวจทำความสะอาดอย่างไร ควบคุมอุณหภูมิและการปนเปื้อนหรือไม่ ..ยังไม่จบค่ะ เมื่อแบ่งบรรจุแล้ว สินค้าเหล่านั้นถูกเก็บรักษาและเดินทางไปยังร้านจำหน่ายด้วยรถอะไร สินค้าจะถูกวาง (Display) ในตู้เย็นหรือไม่ การเคลื่อนย้ายจากรถห้องเย็นขนส่งเพื่อนำเข้าตู้เย็นเพื่อวางจำหน่ายนั้น กระทำเลยทันทีหรือเปล่า....ทั้งหมดทั้งมวลที่เธอถามมาก็เพื่อสิ่งเดียว...คุณภาพของมิโสะ ยังคงมีจุลินทรีย์ที่มีชีวิตอยู่ใช่ไหมคะ...ตัวฉันเอง ตอบเธอทุกคำถาม ให้ความกระจ่างเท่าที่ความสามารถของฉันจะตอบเธอได้ แม้จะรู้สึกอย่างมากว่า เธออยู่กับความวิตกกังวลเกินไป น่าจะใช้ชีวิตให้มีความสุขมากกว่านี้ ฉันได้เล่าเรื่องนี้ให้บางคนฟัง คำอุทานก็คือ ...คุณคนนี้ ระวังจะเป็นมะเร็ง...

ผ่านไป 2 วัน เธอโทรมาอีกครั้ง เจาะจงขอพูดสายกับดิฉันเลยเชียว เราได้คุยกันยาวนานเช่นเคย ด้วยคำถามและคำตอบคล้ายๆ เดิม ในครั้งนี้เองที่ฉันได้รู้ว่า ใช่ เธอเป็นมะเร็ง และกำลังดูแลตัวเองด้วยแนวทางแมคโครไบโอติกส์มากว่า 3 ปีแล้ว

ฉันเล่าเรื่องนี้ทำไมหรือ

1. พวกเราเคยตั้งคำถามอย่างที่เธอถามไหมคะว่า อาหารที่เรารับประทานซึ่งบางครั้งเดินทางมาจากที่แสนไกลนั้น มันมาอย่างไร มันอยู่ได้อย่างไร สดได้อย่างไร มันถูกทำอะไรมาบ้าง เพื่อให้เดินทางมาถึงมือเรา โดยเฉพาะบรรดาของนำเข้าทั้งหลายนั้นแล ...แมคโครไบโอติกส์จึงให้รับประทานอาหารในท้องถิ่นไงคะ

2.ฉันอยากจะบอกว่าในทัศนะของฉัน การกินอาหารของเธอน่ะใช่ แมคโครไบโอติกส์ แต่วิถีชีวิตแบบนี้ไม่ใช่  แมคโครไบโอติกส์ไม่ได้สอนให้เราเป็นคน อะไรก็ได้ มักง่ายกับชีวิต แต่แมคโครไบโอติกส์เน้นย้ำถึงวิถีชีวิตที่เรียบง่าย นอบน้อม และผ่อนปรน

ขอให้ทุกคนมีความสุขในการดำเนินชีวิตนะคะ

ความคิดเห็น

เฉพาะสมาชิกเท่านั้นที่แสดงความคิดเห็นได้
กรุณาเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิก

Powered by AkoComment 2.0!

ลงนามกำลังใจ
สมัครสมาชิกเว็บไซต์
ติดต่อเรา
เพื่อนบ้าน
กระดานสนทนา
ข่าวฝากประชาสัมพันธ์
Email 4 Staff
หนังสือแนะนำ
สินค้าน่าสนับสนุน
ช่วยคนชราธิเบตพลัดถิ่น
ภาพความหมาย
116313.jpg
ปักหมุดประกาศ

Image ปาจารยสาร ฉบับ "การศึกษาทางเลือก การเดินทางเพื่อกลับไปจุดเดิม? 
||
สมัครสมาชิก || บอร์ดชาวปาจารยสาร || 
ปีที่ 32 ฉบับที่ 6 กรกฎาคม-สิงหาคม 2551
- การศึกษาเพื่อการครอบงำ
- บทเรียนแห่งการปฏิรูปการศึกษา
- สู่การศึกษาทางเลือก
- ทางเลือกของทางเลือก
- แพทย์แผนทิเบตศาสตร์แห่งอดีต เพื่อรักษาปัจจุบัน
- ศานตินิเกตัน สถาบันชีวิต
- เวียตนามในความทรงจำนักปั่น
  

 อยากอ่านติดต่อไปที่ โทรศัพท์ 02- 8603527 หรืออีเมล์

Image สารเพื่อนเสม  ข่าวสารองค์กรเครือข่าย มูลนิธิเสฐียรโกเศศ - นาคะประทีป จดหมายข่าวราย 2 เดือน ปีที่ 4 ฉบับที่ 32 พฤศจิกายน-ธันวาคม 2551
+ จุดเปลี่ยน / กฤตยา ศรีสรรพกิจ
+ ช่วงเปลี่ยนผ่านของชีวิต / วารุณี ไม้ตราวัฒนา
+ ในอ้อมกอดของขุนเขาและเหล่ากระบวนกร / พูลศรี ไชยประสิทธิ์
+ วัยเด็ก ..ต้นไม้แห่งความทรงจำ : นาทีชีวิต ตอน 2
+ Tokyo Tower : แม่ครับ...ผมรักแม่/ จากบทภาพยนตร์
+ สุนทรียสนทนา / วิทยากร โสวัตร  
 อ่านสารเพื่อนเสม
 

Image ร่วมทำบุญเพื่อช่วยเหลือคนชราธิเบตพลัดถิ่นในอินเดีย ที่อาศัยอยู่ในบ้านพักคนชรา อายุตั้งแต่ ๗๐ ปีขึ้นไปได้มีโอกาสเข้าฟังธรรมจากองค์ทะไลลามะและแสวงบุญ ณ เมืองพุทธคยาในบั้นปลายของชีวิต รายละเอียดเพิ่มเติม

สถิติ
ผู้เยี่ยมชม: 3159915
   หน้าแรก arrow สิกขาปริทัศน์ (บทความ) arrow ชีวิตและแมคโครไบโอติกส์ : Alive Food