|
คนในสังคมส่วนใหญ่เริ่มตื่นตัวกับปัญหาเหตุการณ์ความขัดแย้งใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ และตั้งคำถามว่า อะไรคือสาเหตุของความขัดแย้งที่แท้จริง อะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้ความขัดแย้งยังดำรงอยู่เป็นปัญหาเรื้อรังมานานนับสิบนับร้อยปี การเปลี่ยนแปลงและพัฒนาเกิดขึ้นทั้งความเจริญและความเสื่อมถอย การสั่งสมปัญหาในท้องถิ่นมีมากมายสลับซับซ้อนโยงใยเป็นเครือข่าย จนยากที่จะมองออกได้ในมิติเดียว ซึ่งถือได้ว่าเป็นหายนะแห่งมวลมนุษยชาติโดยแท้ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่คนในสังคมไทยต้องร่วมกันให้เพื่อนผู้ร่วมแผ่นดินของเรา ได้รับความมีเมตตาและมนุษยธรรมจากเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน และสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างผาสุกในสภาวะอันยากเข็ญนี้
 ภาพที่เกิดจากการวาดร่วมกันของเยาวชนจ.อุทัยธานี
สุลักษณ์ ศิวรักษ์ ปัญญาชนสยาม ผู้ได้รับรางวัลสัมมาอาชีวะ (Alternative Nobel Peace Prize) และรางวัล UNPO สำหรับการอุทิศตนเพื่อสันติภาพและสันติวิธีอีกด้วย กล่าวว่า "หากเรามองถึงการทำลายล้างสันติภาพในประเทศไทยแล้ว สังคมไทยเรายังมีเหตุการณ์ความขัดแย้งอย่างรุนแรงมากมาย ซึ่งไม่ได้ขีดลงอยู่เพียงที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น เป็นแต่ที่นั่นเพิ่มความขัดแย้งทางด้านศาสนา ภาษา เชื้อชาติ และวัฒนธรรมที่ต่างกัน เข้าไปสมทบด้วยเป็นประการสำคัญ หากวิกฤตการณ์ที่ปราศจากสันติมีขึ้นทุกแห่งหนที่ชนชั้นปกครอง หรือบรรษัทข้ามชาติเข้าไปก้าวก่ายกับชุมชนพื้นบ้าน เฉกเช่นกรณีปัญหาที่อุดรธานีกับเหมืองแร่โปตาส หรืออุบลราชธานีกับเขื่อนปากมูล และบางสะพานกับโรงถลุงเหล็ก รวมถึงการวางท่อแก๊ซไทยมาเลเซียที่สงขลา สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างของการทำลายล้างสันติภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบันของสังคมไทยเท่านั้น" "และในวันที่ 16 สิงหาคม ที่จะมาถึง ซึ่งเราถือว่าเป็นวันประกาศสันติภาพไทย โดยท่านปรีดี พนมยงค์ หัวหน้าเสรีไทยเมื่อคราวสงครามโลกครั้งที่ 2 นับเป็นการดียิ่งที่เครือข่ายเยาวชนสื่อศิลป์เพื่อแผ่นดินและสันติภาพ และมูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา จังหวัดเชียงราย ได้ร่วมกับ ป๋วยเสวนาคาร และ มูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป จัดกิจกรรม "หัวใจแห่งสันติภาพ : สื่อศิลป์เพื่อแผ่นดิน 3 จังหวัดชายแดนใต้" ขึ้น โดยมีจุดมุ่งหมายที่สำคัญในการส่งเสริมใช้ความงามทางศิลปะและคีตศิลป์ของดนตรีร่วมสมัยให้เป็นสื่อของการทำงานรับใช้สังคม และเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะนำมาใช้ในการปลุกมโนธรรมสำนึกแห่งเสรีภาพเพื่อการปลดปล่อย และสร้างความมีมนุษยธรรมให้เพื่อนผู้ร่วมแผ่นดินของเรา"  จุฑามาศ ราชประสิทธิ์ ผู้จัดการเครือข่ายเยาวชนสื่อศิลป์เพื่อแผ่นดินและสันติภาพ ซึ่ง จุฑามาศ ราชประสิทธิ์ ผู้จัดการเครือข่ายเยาวชนสื่อศิลป์เพื่อแผ่นดินและสันติภาพ ได้บอกเล่าถึงรายละเอียดการจัดงานในครั้งนี้ว่า
"เราจัดกิจกรรมโดยมีหัวใจที่สำคัญคือ การนำเสนอผลงานของเยาวชนในการรณรงค์และเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจด้านสถานการณ์ความรุนแรงและความขัดแย้งของสังคมโดยเฉพาะใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผ่านงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย เช่น ภาพจิตรกรรม ประติมากรรม งานหัตถกรรมท้องถิ่น จาก 6 พื้นที่ เช่น เชียงราย ลำปาง ขอนแก่น อุบลราชธานี อุทัยธานี และกรุงเทพฯ รวมทั้งการแสดงภาพศิลปะของศิลปินต่าง ๆ อาทิ อ.ช่วง มูลพินิจ, สุชาติ สวัสดิ์ศรี, ณัฐริกา ธรรมปรีดานันท์, นิรมล เมธีสุวกุล, ธีรภาพ โลหิตกุล, ศักดิ์ศิริ มีสมสืบ, ดินป่า จีวัน,สุรชัย จันทิมาธร ฯลฯ " จุฑามาศ ยังกล่าวอีกว่า "นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมด้านวิชาการที่ร่วมกันคิด ร่วมกันพูดคุย ในประเด็นของ "สื่อกับการนำเสนอประเด็นสันติภาพ ช่วยเพิ่มหรือลดความรุนแรง" และ การหาทางออกในเรื่อง"ศาสตร์และศิลป์มิติแห่งการสมานฉันท์" และการปาฐกถาเปิดงาน"หนทางสันติภาพในสังคมไทย" จากอาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์ รวมทั้งกิจกรรมวัฒนธรรมต่าง ๆ และซุ้มกิจกรรมการเรียนรู้ของเยาวชนอีกมากมาย ซึ่งเราจะจัดให้มีกิจกรรมในวันศุกร์ที่ 15 และวันเสาร์ที่ 16 สิงหาคม 2551 ณ ลานกิจกรรม สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.) ถนนนวมินทร์ 45 บางกะปิ กรุงเทพฯ สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่ 083-224-9867/086-744-3093 , www.semsikkha.org"  คุณเตือนใจ ดีเทศน์ ทั้งนี้ เตือนใจ ดีเทศน์ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา และอดีตสว.เชียงราย มีความเห็นต่อการสร้างสันติภาพในหัวใจว่า
"การวาดรูป การเขียนบทกวี บทเพลง การร้องเพลง ร่ายรำ เต้นรำ การปั้น การปัก ฯลฯ คือสื่อศิลปะ ที่ทำให้มนุษย์นำภูมิปัญญาที่อยู่กับธรรมชาติและเพื่อนมนุษย์ ด้วยความเคารพ มารังสรรค์ด้วยจินตนาการ ให้เป็นความงามที่กล่อมเกลาจิตใจให้สงบสุข ความรัก ความเมตตา จึงเป็นหัวใจที่ก่อเกิดสันติภาพของชนทุกเชื้อชาติ ทุกศาสนาในโลกนี้ ศิลปะทุกชนิด คือ สื่อเชื่อมโยงให้เกิดความปิติ ความศรัทธา ความสงบ ความเข้าใจ ความร่วมมือ สร้างศานติสุขให้เกิดขึ้นในจิตใจของบุคคล สู่ครอบครัว สู่สังคม และสู่โลก ดังนั้นผู้ใหญ่ทั้งหลายจึงควรบ่มเพาะลูกหลานของเรา ให้เป็นเมล็ดพันธุ์แห่งความดีงาม ที่จะผลิบาน เป็นราก ใบ ต้น ดอก ผล สันติภาพของโลก ด้วยการส่งเสริมงานศิลปะทุกสาขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งศิลปะแห่งการใช้ชีวิตอย่างมีสติ อยู่กับปัจจุบันขณะ" เฉกเช่นคำสอนสุดท้ายของท่านพุทธทาสที่ฝากไว้ว่า "ศีลธรรมของยุวชน คือ สันติภาพของโลก" สันติภาพภายนอกจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อใจของคนต้องมีสันติภาพภายในที่จะอยู่ได้โดยไม่เบียดเบียนใครให้ทุกข์เพราะเรา และมีความเข้าใจธรรมชาติของคนอื่นและโลกตามความเป็นจริงเสียก่อน  ภาพ loss ของชารีฟ ตอเล็บ ซึ่งบางส่วนจากการสะท้อนภาพผ่านจินตนาการของเยาวชน ในภาพที่มีชื่อว่า loss เป็นภาพที่สะท้อนถึงการสูญเสียผู้นำครอบครัว ซึ่งน้องหม่อม ชารีฟ ตอเล็บ เขานับถือศาสนาอิสลาม ผู้เขียนภาพได้เล่าว่า "เขาเป็นมุสลิมและรู้ว่าในทุกวันวิถีชีวิตปกติของชาวมุสลิม จะต้องทำการละหมาดต่อพระเจ้า ถ้าครอบครัวใดที่มีลูกเป็นเด็กเล็กก็จะมีพ่อแม่คอยสอนและทำพิธีพร้อมกัน แต่ในความเป็นจริง มีการสูญเสียเกิดขึ้นในครอบครัวของพี่น้องภาคใต้ เด็กต้องอยู่ตามลำพัง ทำพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์เพียงลำพัง แต่เขาคิดว่ายังมีแสงแห่งความห่วงใยที่มองดูเขาอยู่เสมอ และหวังว่าการสูญเสียจะไม่เกิดขึ้นอีกในครอบครัวของคนอื่น"  ภาพหนูรอยู่ หรือภาพที่มีชื่อว่า หนูรออยู่ ก็เป็นภาพที่สะท้อนถึงเด็กที่อยู่ทางใต้ ซึ่งวีรยุทธ บุดดา ผู้เขียนภาพได้เล่าว่า "เด็กมุสลิมที่อยู่ทางใต้ เขารอความหวัง ว่าเมื่อไหร่ความสงบสุขจะเกิดขึ้นที่บ้านเขาและเขาอยากให้ทุกคนรักกัน"  น้องกอไผ่ กับการพยายามเขียนภาพรวมพลัง  ภาพรวมพลังของน้องกอไผ่ รวมทั้ง น้องกอไผ่ นักเรียนชั้น ป.5 จากกรุงเทพฯ ที่พยายามเขียนภาพ "รวมพลัง" ได้อธิบายภาพให้ฟังว่า "หนูคิดว่าถ้าเราใช้เวลาฆ่ากัน จะไม่มีประโยชน์กับใครทั้งสิ้นมีเต่คราบน้ำตา และความเศร้า เราน่าจะมารวมพลังสร้างรอยยิ้มและช่วยให้ทุกคนในโลกมีความสุขจะดีกว่าครับ "  รูปน้าหงา สุรชัย จันทิมาธร
 รูปน้าหงา สุรชัย จันทิมาธร
 ภาพรอยยิ้ม ความหวัง ศรัทธา ดังนั้นการปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งสันติภาพให้งอกงามขึ้นในหัวใจเยาวชนคนรุ่นใหม่ในสังคมนั้น เราต้องใส่ปุ๋ยแห่งความรัก ชักชวนให้เขาหันมาสนใจในเรื่องอุดมคติ บ่มเพาะความคิดของตนเองให้อุทิศตนเพื่อคนยากไร้ ร่วมสร้างสันติประชาธรรมให้เกิดขึ้นในสังคม ซึ่งคนรุ่นใหม่ต้องเรียนรู้ ความดี ความงาม ความจริง โดยเชื่อมสมองและหัวใจให้ประสานกันให้สอดคล้อง อย่างสร้างสรรค์และงดงาม และควรจะหันมาสนใจที่จะรับใช้หรือเรียนรู้สังคมอย่างเท่าทัน ต้องกล้าท้าทายความคิดและวัฒนธรรมในกระแสหลักให้จงได้ แม้จะทำได้เพียงส่วนเล็ก ๆ ของสังคมก็ตาม.
ฝ่ายประชาสัมพันธ์และกิจกรรมเพื่อสังคม มูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป
เฉพาะสมาชิกเท่านั้นที่แสดงความคิดเห็นได้ กรุณาเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิก Powered by AkoComment 2.0! |